ชิวชิวนิวซีแลนด์ (7)

posted on 04 Nov 2009 11:48 by taona  in Tao-go-inter

30 กย. 2552  ที่ FRANZ JOSEF

วันนี้ออกเดินทางสายได้ เพราะจุดที่จะไปเดินวันนี้ไม่ไกลจากที่พักมากนัก  ก่อนออกจากห้องคุณเลยได้โชว์ทำอาหารมื้อเช้า และเตรียมเสบียงไว้สำหรับกินระหว่างทาง

สำหรับมื้อเช้าวันนี้เป็นไข่คน  แต่คุณกุ๊กลืมใส่นม คนไปคนมากลายเป็นไข่เจียวร่วนๆซะงั้น  แต่ไม่เป็นไร เรามองเห็นถึงความตั้งใจ  ถึงแม้ไข่จะแข็งไปสักหน่อย แต่ก็อร่อยดี ^^  ...........ส่วนมื้อระหว่างทาง เป็นขนมปังลดราคา  ยัดด้วยแฮมที่ซื้อมาจาก Wellington  ยัดใส่กล่องไว้หกชิ้น  หน้าตาดีมาก

พอหยิบถุงขนมปังที่เหลือมารัดยาง  "อ้าว หมดอายุตั้งแต่เมื่อวานแล้วนี้"  ตอนซื้อมัวแต่ดูราคา  ไม่ได้ดูวันหมดอายุก็ต้องเจอแบบนี้แหล่ะ .......... แต่ถึงหมดอายุ เราสองคนก็จะกินอยู่ดี 

................

ขนของขึ้นรถ  มุ่งหน้าสู่  FRANZ JOSEF GLACIER  กัน  .....ขับไปนิดเดียวก็ถึงจุดจอดรถ  มีป้ายตรงปากทางเข้า  บอกระยะทาง และเวลาที่ใช้เดินไว้เสร็จสรรพ  คุณไกด์เป็นคนดูป้าย ส่วนเราก็มายืนเตรียมพร้อมหน้าปากทาง อากาศไม่หนาวใส่เสื้อแขนยาวบางๆยังไหว

ทางเดินเท้าเข้าชมธรรมชาติของที่นี่ทำไว้ดีมาก  เดินง่ายไม่ีมีสะดุด ลื่น หรือหลง..... คุณไกด์ของเราบอกให้เดินเข้าไป  1 ชั่วโมงไปกลับ ก็จะถึงธารน้ำแข็ง 

เดินแรกๆ ก็ยังสบายอยู่  เดินร้องเพลงได้เลย (แต่เราไม่ร้องหรอก เดี๋ยวหมาป่าได้ิยินจะพาลเกลียดแล้วโดดมางับคอเอา)

 

 

จุดแรกเป็น PETER POOL เดินเท้า 12 นาทีก็ถึง  .....ตอนนี้เครื่องยังร้อน ถ่ายเก็บไว้ก่อน .....คุณไกด์บอกว่า ที่ MATHESON สวยกว่านี้เยอะ เห็นแบบสะท้อนกระจกเลยนะ  "เหรอ เหรอ" ทำตาโต รอที่จะได้เห็นของจริง

เดินเข้าไปอีกเรื่อยๆ  "เริ่มเมื่อยแล้วนะ  เมื่อไหร่จะถึงธารน้ำแข็งเนี่ย"(แอบบ่นในใจ)  เจอสะพานแขวน  คุณไกด์บอกว่าข้ามไปน่าจะได้เจอธารน้ำแข็งแน่ๆ   ลูกทัวร์อย่างเราเลยใจชื้นขึ้นมาอีกนิด 

 

 

 
 
 

 

หันมองทางขวา  เห็นธารน้ำแข็งอยู่ลิบๆ "ทำไมธารน้ำแข็งอยู่ไกลจัง เหมือนไปคนละทางยังไงก็ไม่รู้"  พอดีกับมีฝรั่งเดินผ่านมาพอดี  คุณเลยถามว่า "ข้างหน้าใช่ทางไปธารน้ำแข็งหรือเปล่า"  ฝรั่งบอก "ไม่ช่าย  ธารน้ำแข็งต้องเข้าอีกทางนึง" เอาแล้วซี  ต้องเดินกลับไปจุดเริ่มต้น "ครึ่งชั่วโมง"

ตอนขามาร้องเพลงได้  ตอนขากลับแค่หายใจยังเหนื่อยเลย  ....พูดคุยกันน้อยลง  เดินเหมือนคนเพิ่งทะเลาะกันมา  เพราะเหนื่อย แฮ่ก แฮ่ก  "เล่นไล่จับกันมะ จะได้ถึงเร็วๆ" แฮ่ก แฮ่ก

.... ถึงปากทาง เดินไปดูทางเข้าอีกทาง  เป็นทางเข้าไปชมธารน้ำแข็งจริงๆด้วย  นี่แหล่ะน้า เราสองคนไม่ค่อยชอบอ่านป้าย ถึงได้เดินผิด  แล้วก็ซื้อขนมปังหมดอายุแบบเนี่ย (ลากมาเกี่ยวกันให้หมด)

 

นี่คือทางที่ถูกต้อง

ดูป้ายแล้วทอดถอนใจ  ป้ายบอกเดินไปกลับ 1.30 นาที อดทนเดินต่อไปอีก  "สู้ว้อย" เราสองคนกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไป 

เดินจนเริ่มจะหมดแรง  ก็ถึงจุดชมธารน้ำแข็ง   แต่...........นู้นนนนนนนนน ธารน้ำแข็ง มองเห็นอยู่ลิบๆ ถ้าอยากเห็นใกล้ๆ ต้องเดินเข้าไปอีก  ....เวลาเห็นจุดหมายอยู่ตรงหน้า พลังความอยากจะช่วยส่งให้มีพลังเดินต่อ เอ้าสู้

 

 

เห็นอย่างนี้ ไม่ใช่ใกล้ๆเลยนะ

 

เมฆมาบังแสงเฉยเลย

 

เดินไปได้ 3 ใน 4 ของระยะทาง คุณก็เริ่มเดินไม่ไหวแล้ว  จะเดินคนเดียวก็ไม่สนุก  เลยต้องหยุดอยู่แค่นี้  .........ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันหน่อยดีกว่า 

เรา เดินไปตั้งกล้องบนหิน  กะว่าจะถ่ายรูปสองคนซะหน่อย  ....พอนั่งยองๆ นก KEA ก็บินจากไหนไม่รู้มาโฉบเฉียดหัวไปนิดเดียว (ดีนะที่คุณร้องบอก  เราเลยหดหัวทัน)  มันคิดว่าเราเป็นอาหาร หรือว่าหัวเรายุ่งมากจนเหมือนรังนกหว่า  ..........พอเจ้า KEA โฉบพลาด  ก็ทำเป็นเดินลอยหน้าลอยตา วนรอบๆตัวเรา  ทำหน้าเหมือน "ชั้นแค่ลงมาเดินเล่นเฉยๆ  ไม่ได้เข้าใจผิดอะไรทั้งนั้น"  แล้วก็บินจากไป

เราสองคนเดินขาลากออกจากธารน้ำแข็ง  ย้อนกลับไปทางเดิม  ใช้เวลาชั่วโมงกว่าตามที่ป้ายบอกจริงๆ ก่อนเดินทางต่อ ก็แวะเข้าห้องน้ำห้องท่าซักหน่อย  แล้วเดินทางต่อ ไปยัง LAKE MATHESON 

.......

หยิบเสบียงที่เตรียมไว้เมื่อเช้ามากินระหว่างขับรถ  ...............ตัดภาพมาที่ขับรถถึงทางเข้า LAKE  MATHESON   เลยแล้วกัน  ด้านหน้ามีร้านขายของที่ระลึก กับร้านกาแฟหน้าตาดีอยู่หนึ่งร้าน  ......ไว้ออกมาค่อยมาชิมกาแฟนะ

 

 

ร้านกาแฟ  MATHESON CAFE'

 

ด้านหน้าทางเข้ามีป้ายบอกเดินไปดู REFLECTION ใช้เวลาเดิน 55 นาที ( ไปอย่างเดียวไม่รวมเวลากลับ)  ป้ายลากเส้นทางเดินให้ดู เป็นการเดินแบบอ้อม LAKE ไปเรื่อยๆ  ......ฟ้าเริ่มมืดครึ้ม เหมือนฝนกำลังจะมา  รีบเดินเข้าไปดีกว่า

 

ทางเดินจะมีตาข่ายลวดปูไว้ตลอดทาง

เดินเข้าไปประมาณ 15 นาทีก็เจอจุดให้ชมทะเลสาบจุดที่หนึ่ง  ไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่  แต่ก็ไปยืนๆดู อ่านป้ายที่เขาบอกว่ามีสัตว์อะไรอาศัยอยู่ในน้ำบ้าง  ในป้ายไม่มีรูปจระเข้  มีแต่พวกสัตว์ตัวเล็ก  พวกเป็ด  พวกปลา

เราก็เลยเดินต่อ  ทางเข้าก็มืดๆ ครึ้มๆ ไม่มีเพื่อนร่วมทางก็ยิ่งเพิ่มความตื่นเต้นเข้าไปอีก (ตื่นเต้นคนเดียวนะ คุณเฉยๆ)   ทางเดินเลียบบึง กับพงหญ้าสูง คล้ายๆหนังที่มีจระเข้ยักษ์ออกมาล่าคนเลย  .........เดินไปก็หันรีหันขวางไปด้วย  หูก็คอยฟังเสียงรอบๆ  (จริงๆน่าจะชื่อตื่นตูมมากกว่าเต่านาเนอะ)

พอถึงจุดที่ทางเดินแคบแล้วก็ใกล้น้ำมากๆ  แทบอยากจะเดินย้อนกลับ  ไม่รู้ชาติที่แล้วไปทำอะไรไว้กับจระเข้ ถึงได้กลัวนักกลัวหนา  .....ส่วนคุณดูจะเดินสบายๆ รื่นรมย์กับวิวรอบๆ  นึกให้มีแมลงสาปวิ่งผ่านสักตัวเถ้อ  จะได้กลัวเหมือนๆกัน

เดินไปเกือบชั่วโมงก็ถึงจุดหมาย  ฝนก็ตกทันที  น้ำที่ว่าใสนิ่ง ก็กลายเป็นลูกคลื่นแบบที่เห็น  แถมเมฆก็ลอยไปบังภูเขาน้ำแข็งหมดเลย  ทำไงดี อุตส่าห์เสี่ยงชีวิต(ตรงไหน) เดินเข้ามาตั้งไกล  จะให้ออกไปง่ายๆเหรอ  ไม่มีทาง  เต่านาซะอย่างต้องรอสิ  ......ควักร่มออกจากเป้ยืนถือกันคนละคัน  "กางรอมันตรงนี้แหล่ะ"

 

ตอนฝนตก เหมือนบึงธรรมดามากๆ 

 

ด้านล่างมีที่ให้ลงไปยืนถ่ายใกล้น้ำ  ด้านหลังเป็นรกเป็นพง  มีรอยแหวกเหมือนสัตว์ใหญ่เพิ่งดึงอะไรลงไปในน้ำ  คิดได้ดังนั้นก็เกิดอาการเสียวสันหลังวูบวิ่งขึ้นมายืนรอข้างบนดีกว่า

ฝนตก  มีเป็ดว่ายออกมารอบๆ คุณบอกว่า เป็ดไม่โดนกินแปลว่าบึงนี้ไม่มีจระเข้หรอก  "จระเข้อาจจะปล่อยเป็ดมาเป็นเหยื่อล่อก็ได้นะ  ใครจะรู้"

 


 

ได้ยินเสียง  เหมือนเสียงสัตว์คำราม  รีบเรียกให้คุณขึ้นมายืนข้างบน  คุณบอกว่า เสียงเครื่องบิน  แหงนหน้าไปดู ไม่เห็นเครื่องบินสักลำ  "เชอะ ตามใจ เตือนแล้วนา" 

 

เชอะ

แต่ก็คอยระวังจระเข้ให้คุณอยู่ห่างๆ

 

รออยู่ครึ่งชั่วโมง  ฝนเริ่มตกปรอยๆ แต่เราต้องรอให้หยุดสนิท  น้ำจะได้ไม่มีคลื่น  แล้วก็รอลุ้นให้เมฆที่บังภูเขาน้ำแข็งลอยหนีไปไกลๆ ................................สี่สิบนาทีผ่านไป  ความอดทนถึงที่สุด

 

 

เราหยุดการรอไว้ที่ตรงนี้  สะท้อนแค่พอหอมปากหอมคอก็พอ คิดซะว่า น้อยคนจะได้มาเห็น LAKE MATHESON ตอนฝนตก  เพราะถ้าฝนตกคงไม่มีใครเดินเข้ามาดูหรอก (ว่ามั๊ย) ................แต่ถึงเมฆจะบัง หรือฟ้าจะไม่เป็นใจ  การสะท้อนก็ยังใสเหมือนกระจกจริงๆ  เพียงแต่วิวที่สะท้อนเป็นเมฆก็เท่านั้นเอง

ตัดใจเดินกลับเลยแล้วกัน  ไม่รู้ขากลับจะไกลแค่ไหน  ขออย่าให้ไกลเท่ากับตอนเดินเข้ามาก็พอ

 

ผ่านป่าออกมา

แปลว่าใกล้ทางออกแล้ว

 

เย้ ไม่ต้องเดินตามรกตามพงแล้ว  ค่อยเดินสบายใจหน่อย  ไม่ต้องเดินแบบขี้หดตดหายตลอดทางแบบนั้น   เดินมุ่งหน้าสู่ร้านกาแฟที่หมายตาไว้ตอนแรก  เหนื่อยแล้วก็หิวด้วย  อยากกินอะไรหนักท้องซักหน่อย  .....รวมๆแล้วใช้เวลาเดิน และรอฝนหยุด เกือบสองชั่วโมงครึ่ง ....เห่อ

 

น่ากินเนอะ

 

พอไปถึง ร้านกำลังจะปิดอีก   เลยได้กินแค่กาแฟแก้วเดียว 5$  อร่อยมากๆ รสชาติกลมกล่อมกว่าร้านที่ผ่านๆมา  นั่งพักจนหายเหนื่อยแล้ว  เดินไปร้านขายของที่ระลึก  เดินดูอยู่นานถูกใจสร้อยหินสีดำ แกะสลักเป็นรูปนกกีวี  แต่สร้อยมีแค่เส้นเดียว  เจ้าของร้านบอกว่า คนทำจะส่งมาแค่ลายละ 1 เส้นเท่านั้น  ..........คุณเองก็อยากได้เหมือนกัน  เลยซื้อมาเส้นเดียวก่อน  แล้วค่อยตามหาลายนี้ที่ร้านอื่นอีก

ขับรถต่อไปจุดชมวิว FOX GLACIER  แต่เป็นแค่วิวระยะไกล  ได้เห็นท้องทุ่งเป็นวิวระยะหน้า  FOX GLACIERเป็นระยะหลังแทน

 

 

FOX GLACIER

 

ดูจากตรงนี้รู้สึกว่า จะใหญ่กว่า FRANZ JOSEF GLACIER ซะอีก ตอนแรกคิดว่าธารน้ำแข็งก็คงเหมือนๆกันหมดแหล่ะ  ไม่ต้องไปดูหรอก  แต่เห็นจากตรงนี้แล้วคิดว่า  ........ไปดูใกล้ๆดีกว่า 

ถามคนแถวนั้น ได้ความว่าถ้าเราจะไปตอนนี้คงไม่ทันแน่ๆ  ควรไปเดินพรุ่งนี้ดีกว่า  คืนนี้ให้นอนที่นี่ก่อน

แต่คุณไม่อยากเสียเวลาแม้แต่คืนเดียว  ......ตอนนี้ 3 โมงพอดี คุณตัดสินใจให้ขับไปที่  FOX GLACIER ดูก่อนถ้าไม่ทันก็กลับมาหาที่พัก  แต่ถ้าทันเราก็จะได้เดินทางไปต่อไม่ต้องเสียเวลาหนึ่งคืนไปโดยเปล่าประโยชน์

................

ขึ้นรถรีบบึ่งไปหา FOX  GLACIER ทันที  ฟ้ายังไม่ทันมืดก็ถึง  ป้ายบอกเดินไปกลับ หนึ่งชั่วโมง  .."น่าจะไหว ....พวกเราสู้"

 

เริ่มเห็นวิว FOX ลิบๆแล้ว 

เอ้าเดินต่อ

 

มีแอ่งน้ำสียังกับสระว่ายน้ำขวางอยู่

 

 

 

น้ำแข็ง กับหิน คล้ายกันจนแยกไม่ออก

 

 

เมฆลอยมาบังแสงเป็นช่วงๆ อยากจะรอให้เมฆหายไปแบบรอฝนก็ไม่ได้ จะเดินต่อก็ไม่ถึงสักที  เลยสรุปว่า  ธารน้ำแข็งต้องดูระยะไกลๆถึงจะสวย  เลยหยุด  ยืนถ่ายแค่ตรงนี้ แล้วรีบเดินกลับ

..........

ขับรถไปหาที่พักในเมืองถัดไป  ....พอไปถึงกลายเป็นเมืองเล็กๆ แทบไม่มีป้ายที่พักระหว่างทาง   ตอนนี้ฟ้ายังไม่มืด  ขับไปหาที่พักเมืองข้างหน้ากันดีกว่า  คุณไกด์บอกว่า จุดที่น่าจะมืดตอนเราไปถึง คือ BRUCE  BAY  เมื่อมีจุดหมายแล้ว  รีบบึ่งกันเลย 

...........

ขับเลาะป่าไปด้วยความเร็ว 110 กม./ชม. ข้างทางมีซากสัตว์ตัวเล็กตายตลอดทาง พระอาทิตย์ใกล้จะตกแล้ว ฟ้าเริ่มจะมืด  เหลืออีกแค่ 20 กิโลเท่านั้น 

เห็นทะเลจากมุมสูงอยู่ลิบๆตรงหน้า  กับพระอาทิตย์สีส้มสดครึ่งลูกกำลังจะลับขอบทะเล  เป็นภาพที่สวยมาก  "แง ไม่มีเวลาเหลือให้ลงไปถ่ายรูปเลย"  ได้แต่มองด้วยน้ำตาคลอเบ้า

เข้าสู่ BRUCE  BAY  รีบมองหาที่พัก  ยังไม่ทันมองหา  ก็หลุดออกมานอกเมือง BRUCE  BAY ซะแล้ว  ทำไงดีหันมาปรึกษากันว่า จะขับต่อหรือย้อนกลับไปหาที่พักใน BRUCE  BAY อีกรอบดี  ....ยังไม่ทันตัดสินใจก็มีป้ายบอกว่า อีก 50 กิโลเมตร ถึงเมือง HAAST เราสองคน เลยตัดสินใจ  "เดินทางต่อ"

.......................

ไม่ถึงชั่วโมงก็ถึงเมือง HAAST  ตอนนี้ฟ้ามืดสนิทแล้ว  เราเลี้ยวเข้าที่พักแรกที่เจอทันที  สวย ดูดี แต่ราคาไม่ดี  เลยขอขับไปดูในเมืองก่อน  "ถ้าหาที่พักไม่ได้กลับมาพักที่นี่ได้ไหม" บอกคุณลุง คุณลุงเจ้าของที่พักใจดี ตอบตกลง และยินดีให้เราเข้าไปเช็คราคาที่อื่นก่อนได้เลย .......(ที่ต้องถามเพราะกลัวว่า กลับมาอีกครั้งจะไม่เจอใครนะสิ)

 

เข้าเมืองไปนิดเดียว  ก็เจอที่พัก มีให้เลือกเพียบ  คืนนี้เราได้นอนที่ ASPIRING  MOTEL 98$ ถูกกว่าของคุณลุงเยอะ  ได้ห้องแล้วรีบขับไปร้านอาหารข้างหน้า  ร้านปิดตอนสามทุ่ม ตอนนี้สองทุ่มครึ่งแล้ว  ต้องรีบไปก่อนที่จะอดกิน

 

มื้อนี้เราสั่งซี่โครงหมู กับปลาบลูคอด  น้ำแอปเปิ้ล และน้ำมะนาว  อาหารรสชาติใช้ได้  แต่น้ำทั้งสองขวด ม่ายหวายเลย  ......กินเสร็จ ร้านก็ปิดพอดี  พอจะเดินออกจากร้าน  เพิ่งจะเห็นว่า ในร้านตกแต่งด้วยหัวกวางเต็มไปหมด  นับคร่าวๆสามสิบหัวเห็นจะได้  เห็นแล้วรู้สึกเหม็นกลิ่นกวางขึ้นมาทันที

 

 

เข้าห้อง อาบน้ำ  ชาร์จแบตเตอรี่ทุกชนิด และที่สำคัญต้องไม่ลืมแบคอัพไฟล์เด็ดขาด  ทำหน้าที่เรียบร้อยก็มานอนเขียนบันทึกของวันนี้  เป็นวันที่เดินเยอะสุดๆ หวังว่าพรุ่งนี้คุณไกด์คงไม่พาเดินจนขาลากแบบนี้อีกน้า