สงกรานต์หยุดยาว(2)
posted on 16 Apr 2009 21:39 by taona in Tao-talonมาบ้านแม่ทั้งที เย็นนี้ก็ต้องทำอะไรกินกันซะหน่อย ว่าแล้วก็ออกไปตลาดยกบ้าน ซื้อพวกกุ้ง กั้ง ปู ปลา มาปิ้งกินกัน พอเลี้ยวเข้าบ้านมา เห็นเจ้าดุ๊กดิ๊ก กับแบมบู หมาแม่ลูกวิ่งออกมาทำหน้าประจบเอาใจแบบแปลกๆ
แล้วก็ไม่ยอมเข้าบ้าน แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร ลงจากรถปั๊บ เปิดไฟปุ๊บ ตกใจมาก ศพไก่สิบกว่าตัวนอนอยู่เป็นกลุ่มดำๆขนาดใหญ่ กองอยู่ใต้ต้นไม้ หันมองสองตัวที่เพิ่งวิ่งมาประจบทำหน้าแปลกๆ มันนั่นเอง
ภาพสุดท้ายของแม่ไก่และลูกๆ
แม่กับลุงเดินเข้าไปดูในเล้าไก่ เจอศพแม่ไก่นอนอยู่ในเล้าอีกตัว โดยก็มีลูกไก่สองตัวผู้รอดชีวิต ยืนอยู่ข้างๆศพแม่ไก่ ได้ฟังแม่บอกอย่างนั้น เราสองคนถึงกับอึ้ง น้ำตาแอบไหล ย้อนนึกถึงภาพแม่ไก่เดินพาลูกไก่หากินรอบๆบ้านในตอนเย็น เวลาเจอของกินแม่ไก่จะร้องเรียก ลูกๆ ก็จะวิ่งตามจิกกินตรงที่ที่แม่เลือกไว้ให้แล้ว
พรุ่งนี้ลูกไก่สองตัวนี้ก็ต้องเดินหากินกันเอง มันจะรู้ไหมว่า แม่มันตายแล้ว
ถ้ากลับมาช้ากว่านี้อีกนิดเดียว ลูกไก่สองตัวก็คงไม่รอด แม่บอกว่าต่อไปจะไม่เลี้ยงไก่อีกแล้ว จะเลี้ยงสองตัวที่เหลือนี้ให้ดีก็พอ ......เฮ้อ
..
ลืมเรื่องของไก่ไปซะ แล้วมานั่งประกอบเตาปิ้งที่ซื้อมานานแล้วแต่ยังไม่มีโอกาสได้ใช้ มาครั้งนี้ก็เลยจัดการประเดิมซะเลย อ่ะ อ่ะ อย่าเข้าใจผิดว่าเราจะปิ้งไก่ เราจะปิ้งกุ้ง กั้ง ปู ปลาที่ซื้อมาจากตลาดต่างหากเล่า
แม่ตำน้ำจิ้มทะเลรสเด็ดเอง ส่วนเราก็ผลัดกันปิ้งไปกินไป คุณชอบกั้งที่สุด บอกว่าเนื้อหวาน รสชาติคล้ายปูและกุ้งผสมกัน ไว้คราวหน้าซื้อมาอีกเนอะ ปู 5 ตัว กับกั้ง 3 ตัว จ่ายไป 140 บาท คุ้มสุดๆ ได้รู้วิธีเลือกเพศปูด้วย แถมโชคดีมีปูไข่ติดมาด้วยหนึ่งตัว
กินจนท้องจะแตก นั่งไปคุยไป คุยกันนานไปหน่อย ปาเข้าไปตีหนึ่งกว่าๆ ต้องแยกย้ายไปเข้าคิวอาบน้ำ ....หน้าห้องน้ำมีขนไก่เต็มไปหมด มีกลิ่นไก่ด้วย ชวนให้นึกภาพสยองตอนหัวค่ำ คุณบอกว่าคุณต้องรีบอาบเพราะกลัวได้ยินเสียงไก่เดินไปมา
แถมห้องน้ำบ้านแม่ก็น่ากลัวเสียเหลือเกิน เปิดโล่งอาบแสงจันทร์ เห็นเงาต้นไม้โบกไปมา มีสารพัดเดินไปมาให้รู้สึกหวาดๆ หนึ่งในนั่นมีจิ้งจกรวมอยู่ด้วย แล้วเราก็ดันกลัวจิ้งจกเป็นที่สุด ตอนอาบก็ต้องก้มหัวงุดๆ เหมือนกำลังแสดงความเคารพ ตลอดเวลาที่อาบ จิ้งจกจะได้ไม่โดดลงมากลางหลัง
..
ตอนเช้าตื่นมานั่งกับแม่ใต้ต้นไผ่ แม่บอกว่าจะทำข้าวต้มมัดเล่นกัน ให้พวกเราได้ีมีกิจกรรม จะได้ไม่เบื่อ จริงๆ อยู่แบบนี้ก็ไม่เบื่อนะ แต่ถ้าแม่เสนอมา เราก็พร้อมสนอง
เริ่มต้นด้วยการ
เตรียมวัตถุดิบ...
1.รับบริจาค ใบกล้วย มะพร้าว และกระต่ายขูดมะพร้าว จากคุณป้า(พี่สาวของแม่) ข้างบ้าน
2.หยิบกล้วยที่แช่เย็นไว้เนื่องจากกินไม่หมดออกมา
3.ข้าวเหนียวจากเพื่อนแม่ที่เป็นชาวลาวเอามาให้หลายวันแล้วแต่ยังไม่ได้กิน
4.น้ำตาลมะพร้าวน้ำหอม ซื้อเมื่อครั้งที่ไปอัมพวาสามเดือนก่อน
5.เชือกฟางไว้มัดข้าวต้ม
6.เกลือ น้ำตาล
7.ซึ้งนึ่ง
8.เตาถ่าน
9.กระทะทองเหลือง (ร้อนดี ร้อนนาน ร้อนทน)
10.ไม้พาย
11.แรงงานลูกๆ
แรงงานที่ 1 = คุณ
แรงงานที่ 2 = เรา
.......
ขั้นตอนการทำ..
1. เอาใบตองไปผึ่งแดดให้นิ่ม หาผ้าสะอาดเช็ดใบตอง ฉีกไว้ให้ขนาดพอห่อ กะจำนวนแผ่นเป็นเลขคู่ แล้วก็หันมาปอกเปลือกมะพร้าวออก เสร็จแล้วก็ตอกมะพร้าวให้แตก เอาน้ำใส่แก้ว ชิม ถ้าหวานก็กินเล่นไป ที่เหลือเอามาใส่ในกะทิ แทนน้ำเปล่า
เรียกแรงงาน ที่ 1 ให้ปีนขึ้นไปนั่งบนกระต่าย ท่าไหนก็ได้ จากการทดลอง ทราบว่า ถึงไม่เซ็กซี่ก็ขูดได้เช่นกัน ขูดไปเรื่อยๆ จนกว่าสีขาวของเนื้อมะพร้าวจะหมด ขอเตือนว่าอย่าหลับขณะขูด กระต่ายอาจบาดมือท่านได้
....
2. บีบน้ำกะทิใส่ในกระทะทองเหลือง ใส่ข้าวเหนียวลงไปในกระทะที่มีกะทิ ติดไฟวางเตา เรียกแรงงานที่ 2 มาเคี่ยวข้าวเหนียวไปมาด้วยไม้พาย อย่าให้ไหม้ติดกระทะ ใส่น้ำตาล ใส่เกลือ ใส่น้ำตาลปึกลงไป ......ถ้าอยากถ่ายรูปตอนนี้ ควรรีบ เพราะเราไม่สามารถเดาไฟในเตาถ่านได้เลยว่าจะแรงตอนไหน
ใช้ ความอดทนและใจเย็น ค่อยๆ วาดไม้พายไปเรื่อยๆ บางขณะอาจเรียกแรงงานที่ 1 มาช่วยบ้าง วิธีสังเกตุว่าข้าวเหนียวสุกหรือยัง ให้เรียกแม่มาชิม หรือถ้าเกรงใจแม่ ก็ดูว่าน้ำกะทิแห้งเข้าเนื้อข้าวเหนียวหมดแล้ว ก็ถือว่า ใช้ได้แล้วหล่ะ
....
3. ข้าวเหนียวสุกแล้ว เรียกแรงงานที่ 1 และ 2 มานั่งที่โต๊ะ ตักข้าวเหนียววางบนใบตอง เอากล้วยวางไว้ตรงกลาง จับใบตองห่อตามแม่ที่แม่ทำให้ดู (เร็วจนถ่ายไม่ทัน) เอากะทิมาทาตรงข้าวเหนียวเล็กน้อย เพิ่มความมันให้ข้าวเหนียว
ห่อได้สองคู่ก็จับมัดเข้าด้วยกันด้วยเชือกฟาง หรือเชือกกล้วย วิธีมัดก็ตามรูปเลย
มัดเสร็จแล้วจับยัดใส่หม้อซึ้ง ปิดฝาให้สนิท .......รอ
...
4.สังเกตุสีใบกล้วย ถ้าสีเข้มๆ แปลว่า สุกแล้ว ลองหยิบมาแกะดู แล้วก็ชิม อิอิ ทำเอง กินเอง ก็ต้องอร่อยอยู่แล้ว
อ้อ
ถ้าข้าวเหนียวเหลือ แต่กล้วยหมด
ก็เอาใบตองที่เหลือมาห่อข้าวเหนียวที่เหลือซะ ไม่ต้องใส่ไส้อะไรเพิ่ม
เอาไปวางปิ้งบนเตาถ่านที่ยังไม่ดับ วางทิ้งไว้ พอเห็นว่าจะไหม้
ก็ให้กลับด้านสักหน่อย ปล่อยไปเรื่อยๆ ให้ไฟมอดไปเอง
จากของเหลือๆมารวมกัน ก็จะได้ข้าวเหนียวปิ้งกลิ่นหอมฉุย ฉุย ฉุย
ถึงตอนนี้ เราก็มีข้าวต้มมัด และข้าวเหนียวปิ้ง มากินเล่นกันแล้ว
ทำ
เสร็จก็ยกพลออกไปหาส้มตำตรงหน้าค่ายนเรศวรกินกัน แม่ชอบกินร้านแซ่บอีหลี
โชคดีที่ร้านไม่ได้หยุดวันสงกรานต์
เราก็เลยได้เอาข้าวเหนียวปิ้งมากินกับส้มตำ ก็อร่อย เข้ากันดีนะ
..
อ๋อเก็บตกอีกเรื่องตอน ปิ้งข้าวเหนียวที่เหลือ แม่เห็นไฟมอด ก็เลยเอากะลามะพร้าวที่ขูดเสร็จแล้วใส่ไปในเตาถ่าน ควันโขมงเต็มบ้าน ผึ้งที่อยู่ในต้นไผ่ก็เลยบินหนีไปเพราะคิดว่าเราเผาไล่ ไอเราก็ไม่คิดว่าจะหนีกันไปเร็วมาก ด้วยความตกใจกลัวว่าผึ้งจะบินหนีไปจนหมดรัง เราก็เลยรีบวิ่งไปเรียกลุงมาช่วยผึ้ง ลุงกำลังหลับอยู่ ตกใจลุกขึ้นมายกเตาวิ่งหนีไปไกลๆ ........ลุงบอกว่า กะลามะพร้าวมีน้ำมันอยู่ พอโดนไฟก็เลยมีควัน
พอควันจาง ไม่นานผึ้งก็บินกลับมาอยู่กับรังเหมือนเดิม ค่อยรู้สึกโล่งหน่อย ยังไม่อยากกินน้ำผึ้งกับข้าวเหนียวปิ้ง


กินกันจนอิ่มเลยเนอะ

#1 By B a b o O on 2009-04-17 18:03