ชิวชิวนิวซีแลนด์ (2)

posted on 13 Oct 2009 17:00 by taona  in Tao-go-inter

เช้าวันที่ 25 กย. 2552  อากาศสดใสในห้องเพื่อนที่ AUCKLAND

ตื่นเช้ารีบอาบน้ำ ส่วนเพื่อนคุณก็เป็นเจ้าของบ้านใจดีตื่นมาทำน้ำเต้าหู้ให้กิน  นั่งซดน้ำเต้าหู้เพลินๆ รอคุณอาบน้ำ  ก็มีช่างฝรั่งตัวใหญ่ 2 คน จะเข้ามาติดสัญญาณเตือนไฟไหม้ในห้อง  เพื่อนคุณรีบหันมาบอกให้เราเอากระเป๋าเสื้อผ้าเก็บในห้องเก็บของ  เพราะที่นี่มีกฎห้ามคนนอกเข้ามาพัก

เราเลยรีบเข็นกระเป๋าทั้งหมดเข้าห้องเก็บของ  แล้วออกมานั่งทำหน้าเหรอหราอยู่ที่ห้องรับแขก ประหนึ่งเพิ่งเข้ามาหาเพื่อน ตะกี้นี่เลย  ............พอช่างออกไปกันหมดแล้ว  เราก็เข็นกระเป๋าออกมาจากห้องเก็บของ  โดยไม่รู้ว่าจะมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นในคืนนี้

คุณอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ  เก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าเรียบร้อยแล้ว  มองดูในห้องไม่มีของตกค้างก็ออกเดินทางต่อ  เพื่อนคุณแวะทำธุระที่ห้างแป๊ปนึง  เลยได้เข้าไปนั่งกินกาแฟกับอาหารเช้าในห้าง  อาหารที่นี่ชิ้นใหญ่มากๆ  เลยสั่งมาคนละชิ้น มาแบ่งกันจะได้กินหลายๆแบบ ..........ตักกินคำแรกได้กลิ่นตุๆ คิดว่าเป็นเนื้อแกะ  "ที่นี่เค้าลงทุนดีเนอะ  อะไรๆ ก็แกะ"  พอกินไปสักพัก "เนื้อวัวนี่หว่า".........  รีบร้องห้ามคุณกิน  ไม่งั้นคุณได้กินเนื้อวัวครั้งแรกแน่ .........ต่อไปถ้าจะสั่งอะไรต้องถามคนขายให้ดี  อย่าคิดเองเออเองไม่งั้นอาจพลาดกินเนื้อวัวโดยไม่รู้ตัว

 

 

 

เพื่อนคุณ ยื่นซิมโทรศัพท์ให้ บอกให้เก็บไว้ใช้เผื่อมีเหตุการณ์ฉุกเฉินระหว่างทาง  ...........ออกจากห้างตรงไปเช่ารถที่ APEX ผ่านในเมื่อง  เมืองดูเงียบๆ แต่เรียบร้อย  คนขี่จักรยานก็เยอะ  เห็นแล้วอยากขี่บ้าง  ร้านค้าก็ไม่ค่อยเน้นการตกแต่งดีไซน์สักเท่าไหร่  บนถนนรถราก็ดูใจเย็น  ไม่มีใครบีบแตรไล่ใคร  เพราะโดนบังคับด้วยความเร็วที่ 60 กม./ชม.

ถึงร้านเช่ารถ  เดินเข้าไปเห็นพนักงานนั่งอยู่แค่สองคน  และรถไม่กี่คัน .............ตอนแรกที่มาถึงที่นี่ เห็นรถ ZUSUKI SWIFT น่ารักมาก  เลยอยากเช่าขับ  แต่ในที่ APEX ไม่มี  ........คุณเลยเลือกรถฟอร์ดคันเล็กมาแทน เพราะคิดว่าถ้าชนตัวถังน่าจะแข็งกว่า  .........เข้าไปดูในรถเช็คความเรียบร้อย ไม่มีรูเสียบ AUX หรือช่องใส่เทป  มีแต่ช่องใส่ซีดี  กลายเป็นว่าเราจะอดฟังเพลงในรถหรือนี่  เพื่อนคุณเลยเอาตัวเสียบที่จุดบุหรี่ต่อกับ IPOD มาให้ยืม และให้แผ่นซีดีกล่องใหญ่มาอีกกล่อง  เรารับมาทั้งน้ำตา ....(กระเป๋าเดินทางแน่นจะแย่อยู่แล้วนะ)

พอเลือกรถได้แล้ว  ก็มานั่งกรอกที่อยู่ แล้วก็ทำประกันรถ  เผื่อมีอุบัติเหตุอะไรเกิดขึ้น เราจะได้ไม่ต้องรับผิดชอบค่าเสียหาย.....จ่ายเงินไปทั้งหมด  812 $ (รวมประกันแล้ว) และต้องมาคืนรถตอนสี่โมง วันที่ 6 ตค. 2552 ที่ CHRISTCHURCH  

ก่อนออกมา พนักงานใจดีให้หนังสือ "NEW ZEALAND DRIVER HOLIDAY" มาด้วย  เอาไว้ดูเป็นแนวทางการเที่ยว แถมรูปยังสวยน่าเก็บอีกตะหาก  อ๋อ ลืมบอกไปว่ามีโปรโมชั่นของร้านอีกอย่าง คือเช่ารถ 11 วัน รับฟรีทันที ตั๋วสำหรับรถขึ้นเรือเฟอร์รี่ข้ามช่องแคบที่ WELLINGTON ด้วย (ฟรีรถ ไม่ฟรีคนนะ)

 

 

 

หน้าตารถที่เช่าเดินทางไปกับเราในทริปนี้

(ยืมรูปจากวันอื่นมาลง คิดแล้วก็เศร้าอีก)

 

.....

ได้รถแล้วก็ทำการร่ำลา   เดินทางออกจาก AUCKLAND มาตามป้าย HAMILTON หรือ ทางหลวงหมายเลข 1 มุ่งหน้าสู่  WAITOMO เพื่อไปดูหนอนน้อยเรืองแสงตอนเช้าพรุ่งนี้ 

ซึ่งจริงๆคุณไกด์ของเราตั้งใจจะพาไปดูตัดขนแกะที่  ROTORUA  แต่ที่ร้านเช่ารถบอกว่า วันนี้มีจัดพิธีศพให้กับบุคคลสำคัญที่นั่นไม่ควรไป  เพราะเมืองจะเงียบ และมีแต่ความเศร้าโศก พวกเราก็เลยตัดใจเปลี่ยนเส้นทางทันที

บรืนๆๆ .....นี่คือการขับรถในเมืองนอกครั้งแรกของข้าพเจ้า   แอบสนุก และตื่นเต้นเล็กน้อย.....อยู่ที่นี่ต้องคอยระวังเรื่องความเร็ว  เพราะเขากำหนดความเร็วสูงสุดที่ 100 กม./ชม.  แต่ถ้าเกือบเข้าเมืองก็ 70 กม./ชม.  ถ้าในเมืองก็ 50 กม./ชม. เมืองใหญ่ก็ 60 กม./ชม. มีป้ายบอกตลอดทาง   เราก็พยายามขับไม่ให้เกิน  กลัวตำรวจจับปรับ  จะหมดสนุกเอา 

ขับชมวิวไปเรื่อยๆ   เจอรถบ้าน(CAMPER) รถในฝันตลอดทาง  ...........จริงๆแล้ว ตอนที่รู้ว่าจะมาเที่ยวที่นี่  สิ่งที่อยากอยากทำมากที่สุดคือการขับรถบ้านคันใหญ่ๆเที่ยว จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องที่พักระหว่างทาง  แต่ข้อเสียของรถบ้านคือ  เข้าเมืองใหญ่ไม่ได้ และต้องจอดในที่สำหรับรถบ้านจอดเท่านั้น  และประเด็นสำคัญของการไม่เลือกรถบ้านคือ  ใครจะจัดการกับถังอึในรถเล่า ........  หึหึ แต่ถ้าคำนวณกันดีๆ ระหว่าง ค่าเช่ารถบ้าน+ค่าจอดรถ  กับ ค่าเช่ารถเล็ก+ค่าที่พัก ก็ไม่ต่างกันสักเท่าไหร่หรอก   แถมได้เปลี่ยนบรรยากาศการนอนไปเรื่อยๆได้อีก  เลยเป็นข้อสรุปให้เราสองคน เลือกรถคันเล็กในการท่องเที่ยวครั้งนี้

 

 

ไม่นานก็เจอทางแยกขวาไป  WAITOMO  ผ่าน  KIWI HOUSE  แต่เข้าไปดูไม่ทันเพราะนาฬิกาในรถดันช้าไปครึ่งชั่วโมง  ทำให้พลาดเวลาประตูปิดรอบสุดท้าย 14.30 น.ไป  จริงๆแล้วส่วนนึงของความช้าก็มาจากเราด้วยแหล่ะ  จอดถ่ายรูปตลอดทางเลย  (วิวสวยทุก 200 เมตร) 

พอถึง WAITOMO  ก็ขับหาที่พัก  เจอป้าย B&B (คุณบอกว่า หมายถึง BED AND BREAKFAST) เราก็เลี้ยวเข้าไปถามราคาทันที  ที่พักชื่อ WAITOMO CAVE B&B GUEST LODGE เป็นที่พักน่ารัก มีดอกไม้รอบบ้าน  เจ้าของบ้านเป็นคนแก่สองคน  ค่าที่พัก 100 $  จ่ายเงินเรียบร้อย คุณป้าก็พาเดินชมสวน  คอยบอกว่าดอกนั่นชื่ออะไร  ดอกนี้ชื่ออะไร  ดูภูมิใจกับสวนดอกไม้มาก  เราก็ถ่ายเก็บไว้โดยไม่ได้จดชื่อดอกไม้สักดอก (แถมตอนนี้รูปก็หายหมดอีก อย่างเศร้าเลย)

พอแยกกับคุณป้า  เราก็ลากกระเป๋าเข้าห้อง หยิบมือถือขึ้นมาชาร์จก่อนออกไปกินข้าว....เปิดกระเป๋า หากระเป๋าใส่อุปกรณ์ชาร์จแบตทั้งหมด  ..........ไม่มี .............ไม่มี ...........ที่ไหนๆก็ไม่มี  หายังไงก็ไม่เจอ  หน้าเริ่มซีด  รีบไปวิ่งไปหาในรถเผื่อจะตกอยู่ในรถ  คุณเองก็ลองช่วยหาในกระเป๋าตัวเอง

 

 

...........แต่หายังไงก็หาไม่เจอ  คุณบอกว่าต้องลืมไว้บนโต๊ะในห้องเพื่อนคุณแน่ๆ  เราเลยหยิบกล้องถ่ายรูปมาเปิดดูรูปที่เคยถ่ายไว้ก่อนออกจากห้องมา

ซูมเข้าซูมออกก็ไม่เจอถุงใส่สารพัดที่ชาร์จ   "อ๋ออออออ.............คิดออกแล้ว"   ตกอยู่ในห้องเก็บของตอนยัดกระเป๋าหนีช่างฝรั่งแน่เลย  T^T ...คุณบอกว่าจะโทรไปบอกให้เพื่อนส่งมาให้ที่  CHRISTCHURCH  แต่น่าจะใช้เวลา 3 วัน .......เง้อ  แล้วจะเอาอะไรมาชาร์จแบตกล้องหล่ะ  สำคัญเลยนะนั่น

คิดไปคิดมา  หยิบมือถือขึ้นมา  ว่าจะกดโทร "แบตมือถือก็หมดอีก  กรรมของเวร"  เราสองคนเลยเดินคอตก  หิ้วท้องหิวกิ่วๆ ไปกินมื้อเย็นที่ร้านเปิดใหม่ตรงข้ามที่พัก ชื่อร้าน HUHU  เป็นร้านสไตล์โมเดิร์นเท่ห์ๆ 

พอตูดแปะเก้าอี้ พนักงานก็เสิร์ฟน้ำเปล่ามาในขวดไวน์ (เท่ห์ชะมัด)  พวกเราสั่งสเต็กแกะ  กับสปาเก็ตตี้ที่ใช้เส้นแบบผัดไทบ้านเรา  เราสองคนไม่ค่อยได้รื่นรมย์กับบรรยากาศสักเท่าไหร่ มัวแต่กังวลเรื่องสายชาร์จที่ลืมไว้ คุณเลยเดินไปถามหาโทรศัพท์  เจ้าของร้านบอกว่าแถวนี้ไม่มีโทรศัพท์หรอก  แล้วก็หยิบมือถือตัวเองมาให้ใช้ 

พอคุณกดโทร  เพื่อนก็ไม่ยอมรับสาย  ...ดันเป็นคนชอบปิดเสียงมือถืออีก  ........โทรยังไงก็ไม่รับ  เกรงใจเจ้าของโทรศัพท์  รีบวาง  รีบจ่ายเงินค่าอาหาร แล้วกลับมาคิดหาทางอื่นที่ห้อง

เดินกลับมาที่บ้านพัก  ขอใช้โทรศัพท์ของที่พักอีกรอบเผื่อเพื่อนคุณเปิดเสียงมือถือแล้ว ...............แต่จนแล้วจนรอด  เพื่อนคุณก็ยังไม่รับโทรศัพท์อยู่ดี   (ก่อนแยกกันเพื่อนคุณบอกให้โทรหาได้ตลอดเวลา  แต่ไม่ได้บอกว่าจะรับโทรศัพท์ตลอดเวลานี่เนอะ .... เห้อ)..................ระหว่างยืนกระวนกระวาย  แอบเห็นเครื่องคอมพิวเตอร์ในบ้านคุณลุง   นึกถึงอินเตอร์เนตทันทีเพราะเพื่อนคุณชอบเล่นอินเตอร์เนต  แล้วที่พักเราก็มี WIFI ให้ใช้  แต่เราไม่มีโน๊ตบุ๊คหน่ะสิ  คุณลุงเจ้าของที่พักก็บอกว่า  เค้ามีโน๊ตบุ๊ค 3 เครื่อง  แต่ห้องอื่นเพิ่งมายืมไปเอง..........เฮ้อ

คุณลุงแนะนำให้ไปใช้อินเตอร์เนตคาเฟ่  แต่ต้องเดินไปอีกหน่อยนึง  ............ตอนนี้สองทุ่มกว่าๆ อากาศกำลังหนาวเลยทีเดียว  ใส่เสื้อหนาๆ หยิบไฟฉายแล้วออกเดินไปหาร้านที่คุณลุงบอกกัน

 

 

เดินฝ่าความมืดและความหนาวเดินตามทางขึ้นไป ที่ร้าน CURLY BAR  เป็นผับที่มีบริการอินเตอร์เนต 20min / 2 $ พวกเรารีบเข้าไปติดต่อขอเล่น MSN ทันที แต่เครื่องที่นี่ดันเป็นเวอร์ชั่นเก่า และร้องจะอัพเดทเวอร์ชั่นใหม่ตลอดเวลา   เราไม่อยากเสียเวลาอัพเดท ........ นึกขึ้นได้ว่ามีเว็บ สำหรับเล่น MSN   แต่......คิดยังไงก็คิดไม่ออก ว่าเป็นเว็บอะไร  นึกได้แต่ว่าเว็บนี้มีตัว  E แน่ๆแล้ว 1 ตัว

จนปัญญา คุณก็เลยหันไปถามเด็กที่เล่นอยู่ใกล้ๆ  .......เด็กบอก  EBUDDY.COM  โอ้ววว เด็กผมทองช่วยชีวิต  เราเลยรีบออนไลน์ผ่านเว็บ ทันที   แต่...................เพื่อนคุณไม่ออนไลน์   เลยส่งข้อความทั้งผ่าน MSN และส่งอีเมล์ไปย้ำอีกหลายๆ รอบว่า  "เราทำกระเป๋าสายชาร์จหล่นในห้องเก็บของ  และเราจะขับรถกลับไปหาคุณเพื่อนในวันพรุ่งนี้ ......โปรดรับโทรศัพท์ด้วย  ย้ำว่าโปรดรับโทรศัพท์ด้วย"   

.

.

ส่งข้อความเรียบร้อย  ก็เดินฝ่าความหนาวกลับห้องพัก  อาบน้ำและพักผ่อนเพื่อขับรถย้อนกลับไป AUCKLAND อีกครั้งหนึ่ง

 

.

.

.

 

 

.ปล.ดีใจที่คุณไกด์ไม่ว่าสักคำ เรื่องที่ต้องขับรถย้อนกลับไป  300 กม. คิดซะว่า เดินทางซ้ำเพื่อให้ชำนาญเนอะ

อ่านต่อคืน3

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เป็นการเที่ยวที่อุปสรรคนานัประการจริงๆconfused smile

#1 By mammoz on 2009-10-27 17:01

ใครจะจัดการกับถังอึในรถเล่า

ก็แค่เททิ้งข้างทางไว้ให้แกะกินเอ๊ง 555

#2 By Tar la la (220.101.63.165) on 2009-10-27 17:35

นึกภาพตามออกเลยนะคับเนี่ย ทุลักทุเลกันดีจริง ๆ ๆ

คุณลุงใจดีมากกกก confused smile

#3 By เจ้ารินทร์ on 2009-10-29 17:17

ไปเที่ยวกันเองอาจมีเรื่องไม่คาดฝัน
แต่เป็นประสบการณ์ที่จำไม่ลืมนะคะ
ว่าง ๆ เอามานึกอาจอมยิ้มก็ได้ค่ะ big smile

#4 By Bxjapan on 2009-10-29 21:51

เล่าได้เห็นภาพเลยพี่เต่านา
เล่าได้เห็นภาพเลยพี่เต่านา
น่าสงสาร

#7 By WhiteMapleS on 2009-10-30 00:22

ลุ้นระทึกจังค่ะ
/me อ่านวันต่อไป

#8 By ~pandanus~ on 2009-11-02 15:07

เรื่องการกินต้องระวังนิดนึงครับ

แต่เนื้อแกะที่นั่นอร่อยจริงๆ คิดแล้วน้ำยายไหล

#9 By J Rock on 2009-11-02 15:59