ชิวชิวนิวซีแลนด์ (5)

posted on 02 Nov 2009 11:20 by taona  in Tao-go-inter

28 กย. 2552  เช้าที่ WELLINGTON

ตื่นแต่เช้าเพื่อรีบไปขึ้นเรือให้ทัน 7 โมง  พอแต่งตัวเสร็จฝนก็ตก   ฟ้ามืดครึ้ม  ลากกระเป๋าวิ่งฝ่าฝนขึ้นรถ (อากาศน่านอนในผ้าห่มอุ่นมากๆ)   คุณไกด์กางแผนที่เพื่อเดินทางจากที่พักสู่ท่าเรือ INTER ISLANDER  .....เช้านี้คุณไกด์นำทางไม่มีหลงสักแอะ ตรงดิ่งถึงท่าเรือตรงเวลาเป๊ะๆ  ขับรถต่อคิวเพื่อยื่นตั๋ว  แล้วลงเรือ  คล้ายๆเกาะช้างบ้านเรา 

 

หน้าตาเรือข้ามช่องแคบ PICTON (ภาพจากกล้องคุณ)

 

พอจอดรถเสร็จก็ขึ้นไปข้างบน  ตอนดูข้างนอกไม่คิดว่า มีถึง 11 ชั้น แต่ละชั้นก็มีกิจกรรมให้ทำหลายอย่าง  คือพูดง่ายๆ คนบนเรือไม่มีเบื่อแน่   เราสองคนเดินขึ้นเดินลง  สำรวจทุกชั้น (ถ่ายรูปเพียบเลย แต่ก็เท่านั้น )  

มีทั้งร้านขายของที่ระลึก (จัดการปั๊มเหรียญ 1.10$ )  ,ร้านอาหารธรรมดา ,ร้านอาหารแนวผับ  มีเบียร์ขาย ,ตู้เกมส์ ,ห้องเครื่อง ให้คนไปดูการทำงานของเรือ, ห้องพักผ่อน  มีแต่เก้าอี้ให้นั่งๆ นอนๆ ..........บางคนคงเที่ยวบ่อย  เห็นนอนหลับตรงพื้นตั้งแต่ขึ้นเรือ

.......สำรวจเสร็จแล้ว  เราก็เลือกไปชั้นอาหาร หาอะไรมารองท้องซะหน่อย  จ่ายค่าอาหาร+น้ำ+นม 17.10$ (กินสองคน) ปิดท้ายด้วยกาแฟ 4$  จิบไปชมวิวไป  แต่เสียดาย วิวในเรือมองผ่านกระจกสีขุ่นเพราะฝนตก  ไม่สวยเหมือนในหนังสือบอก   เราเลยขึ้นไปดูวิวบนดาดฟ้าเรือแทน  ...........

บนดาดฟ้า  มีคนยืนตากฝนถ่ายรูปเต็มไปหมด   เราเลยออกไปตากฝนถ่ายรูปเลียนแบบบ้าง  ตากฝนถ่ายรูป .......ถ่ายไปเช็ดกล้องไป   ไม่ไหวกลัวกล้องพังซะก่อน  เข้าไปหลบยืนมองผ่านกระจกแทน

แต่วิวมันสวยยวนใจเหลือเกิน  ต้องวิ่งเข้าวิ่งออก ทุกสิบนาที  วิวเริ่มซ้ำๆกันแล้ว เลยเดินลงไปหาที่นั่งวาดรูปเล่น เขียนบันทึก  รออีก 3 ชั่วโมงถึงฝั่ง  แต่ยังไม่ได้เริ่มวาดอะไร  คุณเรียกให้ไปเดินสำรวจเรือต่อ   มีทางให้ออกไปชมวิวหลายทาง  ..........แล้วตรงหน้าประตูก็ได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่ประจำเรือร้องเสียงดุๆ  กำลังช่วยดึงประตูให้ผู้หญิงคนนึงที่กำลังจะโดนประตูหนีบ   แล้วบอกว่าห้ามจับประตูแบบนี้ เพราะครั้งก่อนมีคนต้านแรงลมไม่ไหว  โดนประตูหนีบมือขาด  "อึ๊ย"

ขึ้นไปรอถ่ายรูปตอนเรือผ่านช่องแคบ Picton  ต่อดีกว่า  ฝนยังไม่ยอมหยุด  คนบนดาดฟ้าเรือก็ยังคงยืนหยัดที่จะยืนตากฝนต่อไป  เราก็เลยหยิบผ้าเช็ดหน้ามาพันกล้องเอาไว้  กันเปียกได้ระดับนึง  ดีกว่าเปียกโดยตรง (รักกล้องยิ่งชีพ)

ถ่ายทิ้งถ่ายขว้าง  ไม่รู้ว่า ถึงช่องแคบหรือยัง แต่ก็ถ่ายไว้ก่อน  ถ่ายจนเรือใกล้ถึงท่าแล้ว  ต้องลงไปเตรียมตัวข้างล่าง  

โย่ว โย่ว  ขึ้นเกาะใต้โดยสวัสดิภาพ  ถึงจะมีฝนตก และฟ้ามืดไปบ้าง  ........จุดหมายต่อไปถูกเปลี่ยนจาก   ขับเข้าเมือง Christchurch  มาเป็น ขับชมวิวเส้น INLAND  SCENIC  แทน

 

 

ไร่องุ่นระหว่างทาง (ภาพจากกล้องคุณอีกแล้ว)

 

เริ่มต้นก็ขับเรียบชายทะเล  ทะเลที่นี่สีสวยแต่ดูดุดัน  คลื่นแรง  ซัดเอาสาหร่ายสีดำมากองเต็มขอบหินริมทะเล  มองแรกๆ คิดว่าทะเลสกปรก เพราะมันเยอะมากๆๆๆ ไม่รู้ใช้สาหร่ายที่เขาเอามาขายกินกันหรือเปล่า  แต่ไม่ว่าจะเป็นยังไง  ทุกอย่างก็ดูแปลกตาสำหรับเราเสมอ  ต้องจอดถ่ายเก็บไว้เป็นที่ระลึกตลอดเส้นทาง ( แต่ตอนนี้เหลือแค่ภาพความทรงจำ )

เป็นถนนที่สวยมากจริงๆ เขียนไปหลับตานึกภาพไป  อยากให้ทุกคนได้เห็นอย่างที่เราเห็น  ทางขวาเป็นภูเขา มีอุโมงค์รถไฟดูเก่าๆ ทางซ้ายเป็นทะเล  มีโขดหินขนาดใหญ่  วางเล่นระดับ  โดนน้ำทะเลเซาะจนมีรูปร่างสวยแปลกตา  ยิ่งฝนตก  ฟ้าครึ้มๆ ทะเลยิ่งดูดุดัน แต่แอบโรแมนติคเล็กๆ

ข้างทางมีจุดชมวิวให้แวะถ่ายรูปเป็นระยะๆ  แต่มีจุดนึงที่ประทับใจสุดๆ  จอดแล้วจะมีนกทะเลบินมารุมล้อม  ตอนแรกคุณไม่ยอมลง เพราะฝนตก แต่สุดท้ายทนเสียงเรียกร้องไม่ไหวก็ต้องลงมาจนได้

คุณลงมาโปรยขนมปังให้  สักพักมันก็บินไปเรียกเพื่อนมาอีก ฝูงเริ่มใหญ่ขึ้น  คุณก็สนุกโปรยจนเหมือนนกรุมกินคุณ   เราก็ถ่ายไม่ยั้ง  จนขนมปังหมด  นกก็ยังไม่ไปไหน  ............แถมโขดหินด้านล่างก็มีแมวน้ำนอนอยู่เต็มเลย  มีทั้งตัวใหญ่ตัวเล็ก  นอนเหมือนนางแบบอ้วนๆโพสท์ท่าให้ถ่ายรูป 

 

 จุดชมวิว (ภาพจากกล้องคุณอีกครั้ง)

 

เราอยู่ตรงจุดชมวิวนี่นานเป็นพิเศษ  พอฝนเริ่มตกหนัก  เราก็ออกเดินทางต่อ  ............. ขับเลียบริมหาดทรายสีดำไปเรื่อยๆ  ก็เจอร้านอาหารริมทาง  ดูด้านนอกเฉยๆ แต่เข้าไปเพราะหิว 

พอเปิดประตูเข้าไป โอ๊ ว้าววว  เป็นร้านที่เท่ห์มาก  บอกไม่ถูกแต่รู้สึกอบอุ่น  ตกแต่งด้วยของเก่า ไม้เก่าๆ มีเตาผิง มีโต๊ะใหญ่ๆ  ไม่รู้ทำไมรู้สึกชอบทุกอย่างในร้านนี้มาก  รีบถ่ายทุกมุม ส่วนคุณไว้ใจกล้องเค้ามากไปหน่อย  คุณเลยไม่ยอมถ่าย

 

 

 

สั่งพายแกะ กับเค้ก แล้วก็กาแฟมอคค่าอีกหนึ่งแก้วจ่ายไป 12.5$  ไม่อยากบอกเลยว่า  อร่อยมาก  ถ่ายชื่อร้านมากะว่าจะมาโฆษณาเต็มที่  ป๊าดโธ่ หายเกลี้ยง แถมไม่ได้จดชื่อร้านไว้อีก เซ็ง

หมดเวลารื่นรมย์ ก็ออกเดินทางต่อ   ผ่านทะเลมาเข้าสู่เมือง KAIKUORA มองหา I-SITE ทันที เพราะคิดว่าจะพักที่เมืองนี้ แล้วค่อยออกเดินทางต่อไป MT COOK แต่เจ้าหน้าที่บอกว่า ถ้านอนที่นี่เกรงว่าจะไกลเกินไป ให้เราขับไปอีก  แล้วค่อยหาที่พักระหว่างทาง

........

ขับไปเรื่อยๆ  มีแต่ทุ่งหญ้ากับเมืองที่ไม่มีที่พัก  เราก็เลยขับเลยไปอีก  เลยไปอีก  จนฟ้าเริ่มจะมืดอีกแล้ว ยังหาที่พักไม่ได้สักที  จนมาถึงเมือง OXFORD  คุณ บอกว่าในใบปลิวที่เพิ่งหยิบมาจาก I-SITE บอกว่าเมืองนี้มีที่พัก เราเลยรีบขับไปตามที่หนังสือบอก  เจอป้าย B&B ก็รีบเลี้ยวเข้าไป 

เป็นบ้านคน  สงสัยจะเป็นแบบ homestay แบ่งห้องให้อยู่  คุณบอกให้เลี้ยวออก เพราะไม่ชอบอยู่ร่วมกับเจ้าของบ้าน  เราเลยขับออกมาหาซอยถัดไป  ........แต่ก็ไม่เจอที่พัก เจอแต่ป้ายให้จอดรถ camper  ฟ้าเริ่มมืด  เมืองก็เล็กแถมเงียบอีกตะหาก  ร้านอาหารยังไม่มีเลย

สักพักคุณก็เหลือบไปเห็นป้าย B&B ติดอยู่ตรงเสาบ้านหลบอยู่หลังพุ่มไม้ (ไม่รู้คุณไปเห็นได้ยังไง)  เราก็เลยเลี้ยวไปจอดหน้าบ้าน 

เดินเข้าประตูไป  บ้านเงียบมาก  เหมือนไม่มีคนอยู่ ว่าจะชวนคุณออกไปหาที่พักที่อื่น  อยู่ดีๆ ก็มีคุณป้าผมขาว ก็เดินออกมาต้อนรับ  คุณก็เข้าไปคุย  ส่วนเราก็มองรอบๆบ้าน  บ้านดูวังเวง  ต้นไม้ใหญ่ครึ้ม และฟ้าเริ่มมืด  "จะนอนที่นี่จริงๆเหรอ" แอบคิดในใจ

คุณเดินออกมาบอกว่า  "ต่อราคาห้องได้ 80$ เลยนะ"  หน้าคุณดูชอบมาก เพราะได้ห้องนอน ห้องครัว และห้องนั่งเล่นใหญ่  แถมราคาก็น่าพอใจ  ตอนแรกคิดว่าต้องใช้ห้องนั่งเล่นรวมกับคุณป้าเจ้าของ บ้าน  แต่คุณป้าบอกว่า ห้องเนี่ยเป็นของเราไปเลย  ป้าจะไม่เข้ามายุ่ง

แต่บ้านแบบนี้ มีสวนแบบนี้ มีคนแก่อยู่ในบ้านคนเดียวแบบนี้  พาลให้นึกไปถึงหนังฝรั่งฆาตรกรรมเลยรู้สึกกลัวๆ     แต่ก็ยอมจ่ายเงินไปทั้งที่ยังตะขิดตะขวงใจอยู่  .......ได้ห้องพักแล้ว ก็ขับรถออกมาหาข้าวเย็นกิน   ทุ่มนึงเมืองเล็กๆแห่งนี้เงียบมาก  ไม่มีร้านอาหารสักร้าน  เจอแต่ซุปเปอร์เล็กๆ  ที่กำลังจะปิดเช่นกัน  เราเลยรีบเข้าไปซื้ออาหารกล่องกลับมาอุ่นที่บ้าน

กลับมาถึงบ้าน  ในครัวดันไม่มีไมโครเวฟอีก  ทำไงดีหล่ะทีนี้ .................. ประตูห้องนั่งเล่นเปิดผลุ่ง  คุณป้าเจ้าของบ้านเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นเฉยเลย  แล้วก็เข้ามาถามๆ พูดๆ แล้วก็หยิบกล่องอาหารไปอุ่นให้   คุณได้แต่นั่งอ้าปากค้าง   ตกใจที่คุณป้าเข้ามาในห้อง ที่บอกว่าเป็นของเรา ไม่มีใครมายุ่ง

นั่งมองหน้ากันด้วยความสงสัยว่า  คืนนี้คุณป้ามาเดินเข้ามาอีกไหมเนี่ย  สักพักคุณป้าก็เข้ามาพร้อมกล่องข้าวที่อุ่นเรียบร้อยแล้ว  แล้วก็เข้ามานั่งคุยสอบถามเรื่องการเดินทาง (คิดในแง่ดี คุณป้าอาจจะเหงาก็ได้นะ)   คุณก็เลยถือโอกาสถามเรื่องซักผ้า  คุณป้าก็อ้ำๆอึ้งๆ เพราะค่าห้องถูกแล้วยังจะขอซักผ้าอีกเหรอ  ....แต่ก็พาไปดูห้องซักผ้า ที่อยู่ด้านหลังบ้าน

เป็นห้องเล็กๆ มีไว้เก็บอุปกรณ์ทำสวน  พวกมีด จอบ เลื่อย ค้อน  "เอาแล้วสิ"   ถ้าไม่กลัวไม่มีเสื้อผ้าใส่นะ  จะไม่ซักเด็ดขาด  ........ เอาผ้าเข้าเครื่องซักเสร็จแล้ว  เดินกลับเข้ามานั่งรอในบ้าน 

........

สี่สิบนาทีผ่านไป  ได้เวลาเดินไปเอาผ้าเข้าตู้อบแล้ว  เปิดประตูบ้านออกไป  มืดสนิทมองไม่เห็นแม้แต่ทางเดิน  ขนหัวเริ่มลุกชัน  ต้องหันกลับเข้าไปเอาไฟฉาย

 

 

เดินไปตามทางมืดๆ เลาะสวนไปทางหลังบ้าน ตอนนี้ไฟอัตโนมัติไม่ทำงานแล้ว  คิดว่าถึงห้องซักผ้าไฟก็คงเปิดอยู่แหล่ะ ..........ผิดคาด  คุณป้าปิดไฟหมดแล้ว  เราเลยต้องควานหาสวิตท์ไฟในห้องซักผ้า

อ้าว.. คุณป้าเอาผ้าเข้าตู้อบหมดแล้วนี่ "อายจัง มีกุงเกงในด้วย" 

คุณ เลยลังเลว่า ควรยืนรอเอาผ้าออกจากตู้อบเลยดีไหม   จะได้ไม่ต้องเดินกลับมาอีก  ส่วนเราไม่สนใจผ้าแล้ว  ไปยืนหน้าห้องเก็บของจ้องตรงสวนว่ามีอะไรผิดปกติในสวนหรือเปล่า 

ได้ ยินเสียง แซ่ก แซ่ก ตรงพุ่มไม้ แอบจินตนาการได้อีกว่า  "ที่คนเมืองนี้เข้าบ้านเร็ว  นอนเร็ว  ปิดไฟเร็วเป็นเพราะกลัวมนุษย์หมาป่าออกหากิน หรือเปล่า"   พอคิดให้รู้สึกกลัวได้ที่ ก็รีบชวนคุณเข้าบ้านดีกว่า  "ไม่ต้องรอเก็บผ้าหรอก"  .........กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าบ้านอย่างเร็ว

ซุกผ้าห่มโดยไม่อาบน้ำ  คิดจินตนาการไปต่างๆ นาๆ  แถมประตูระหว่างห้องยังล๊อคไม่ได้อีก  ต้องเอากระเป๋ามาวางขวางประตูไว้แทน  "คืนนี้ไม่ว่าได้ยินเสียงอะไรข้าพเจ้าจะไม่เปิดตามาดูเด็ดขาด  พ่อแก้วแม่แก้วช่วยลูกด้วย" 

 

อ่านต่อคืน6

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ดูแต่รูปก้อ ประทับใจแว้ว

#1 By ningnong on 2009-11-02 11:36

อ่านแล้วเพลิน อยากไปเที่ยวบ้างจัง

#2 By General เบ๊ on 2009-11-02 11:42

น่าไป

#3 By :: ipup :: on 2009-11-02 11:50

big smile อยากไปด้วยจังเลย

#4 By Paa orKant on 2009-11-02 12:03

เริ่มมีรูปแล้วววว งิงิ ความอิจฉาพุ่งปรี๊ดอีก 10 เท่า confused smile

#5 By จุ๊บบ๊อกซ์ on 2009-11-02 12:04

confused smile

#6 By \\(..U 3U..)//จุ๊บุ on 2009-11-02 12:39

เพลิดเพลิน confused smile

#7 By caffeineaddict on 2009-11-02 13:26

เห็นรูปแล้ว อยากไปด้วยจัง

#8 By Shinju on 2009-11-02 13:47

อยากไปบ้างจังเลยค่ะ confused smile

#9 By yukiy0 ♥ on 2009-11-02 14:10

รูปงามขนาดเน๊อะ ลงรูปเยอะๆ พลีสส ชอบๆ

#10 By 'ฟาย..ฟลาย on 2009-11-02 14:33

big smile

#11 By Katuar on 2009-11-02 15:09

confused smile กลัวจริงๆนะนั่น

#12 By solapolo on 2009-11-02 15:11

ว้าาา เสียดาย ๆ รูปจัง

อยากเห็นกาแฟฟ

#13 By quiescent on 2009-11-02 15:13

เสียดายเหมือนกัน sad smile

#14 By เต่านา on 2009-11-02 16:08

big smile big smile

#16 By b-padung Studio on 2009-11-02 17:41

ห้องในบ้านที่นี่มีข้อเสีย(สำหรับคนไทย) อย่างหนึ่งคือ

ไม่มีล็อคsad smile

------
คุณป้าเจ้าของบ้านทำตัวลึกลับมากเลยค่ะsad smile

แอบหลอน

#17 By mini-teddy on 2009-11-02 18:22

น่าไปสูดอากาศconfused smile

#18 By wesong on 2009-11-02 18:24

อยากไปบ้างจัง

#19 By DeathTheKid on 2009-11-02 18:26

ว๊าว อ่านแล้วก็อยากไปง่ะค่ะ นี่ขนาดเห็นแค่รูปสองรูปนะ big smile

#20 By p-i-e on 2009-11-02 19:34

จุดชมวิวสุดยอด!!

#21 By mammoz on 2009-11-02 20:46

อยากไปเที่ยวอย่างนี้บ้างจังcry

#22 By Sagaya_Sky~* on 2009-11-02 20:50

อยากไปเที่ยวจังเลยครับ

เป็นประเทศที่สวยงามมากเลยนะครับbig smile

#23 By Clepsydra:: on 2009-11-02 21:05

บรรยากาศดีจังน้าา....big smile

#24 By ~BEEM~ on 2009-11-02 21:14

big smile อยากไปมั่งจัง

#25 By GuGGGar on 2009-11-02 22:02

น่าหนุกๆๆ

#26 By peto on 2009-11-02 22:26

ภาพสวยบาดจิตจริง ๆ
โอ๋ ๆ อย่าเศร้าเลยที่เมมเสียนะคะ
เรื่องมันผ่านไปแล้ว

เห็นภาพการ์ตูนที่คุณเต่านาแอบหลังคุณนี่
ดูแมนมากเลยค่ะ จริง ๆ แล้วไม่มีอะไรใช่มั้ยคะ
แต่หาเรื่องหลอนตัวเองจังเลย

#27 By Bxjapan on 2009-11-02 22:27

รูปไร่องุ่นสวยมากครับ

#28 By Googigg on 2009-11-02 23:41

ของฝากกกกกกกกก


#29 By Tammada on 2009-11-03 09:38

คุณป้าก็น่ารักนี่หน่า big smile

#30 By ~pandanus~ on 2009-11-03 13:54