ชิวชิวนิวซีแลนด์ (6)
posted on 03 Nov 2009 10:38 by taona in Tao-go-inter29 กย. 2552 วันอังคาร ที่เมือง OXFORD
ตื่นเช้าเพราะได้ยินเสียงคนเดินอยู่ที่ห้องนั่งเล่น พอเสียงเดินเงียบ เราก็เลยลุกไปยกกระเป๋าที่ขวางหน้าประตูห้องออก ว่าจะเข้าไปกินนมที่ห้องนั่งเล่น รอคุณออกจากห้องน้ำ จะได้ไปเอาผ้าออกจากตู้อบผ้าด้วยกัน เปิดประตูออกไปที่ห้องนั่งเล่น ตาโตด้วยความตื่นเต้น ......
คุณป้าจัดโต๊ะอาหารไว้ให้เรียบร้อย
หันไปบนโต๊ะรับแขก เสื้อผ้าจากเครื่องอบผ้า พับอย่างเรียบร้อย
เห็นแล้วก็ตกใจ รีบวิ่งไปเรียกให้คุณมาดู ......... คุณก็ตกใจเหมือนกัน
เพราะไม่คิดว่าคุณป้าจะทำให้ขนาดนี้ "ป้าเค้าดีขนาดนี้
ยังจะไปต่อราคาป้าอีกนะ" แอบหันไปตำหนิคุณ
หยิบเสื้อผ้าที่พับอย่างเรียบร้อย ยัดใส่กระเป๋า แล้วหยิบกล้องมาถ่ายภาพความประทับใจ "อ๊ากกกกกก" กด ชัตเตอร์ไม่ได้ กล้องขึ้นคำว่า CHA ตายๆ หน้าเริ่มซีด ทำไงดี ทำไงดี น้องกล้องจะพังแล้วเหรอ ถอดแบตออกมาทำให้อุ่นๆ ก็ไม่หาย ถอดการ์ดมาเช็ดๆ ก็ไม่หาย เปิดปิดเครื่องก็ไม่หาย "แง มันบอกให้ Format อย่างเดียวเลย"
ลองเปลี่ยนการ์ดดู ดีนะมีการ์ดสำรองมาด้วย ..............อุ้ยถ่ายได้แฮะ ดีใจได้แป๊ปนึง นึกขึ้นได้ แล้วภาพที่เหลือหล่ะ ลองพยายามเอาการ์ดที่เสียไปลองโหลดใส่เครื่องเก็บภาพ "แอ๊ดๆ ท่านไม่สามารถดูภาพได้ การ์ดแดม" แฮ่ เหงื่อบนหัวเริ่มออก คิดไม่ตก "ถ้าภาพหายหมดละ จะทำยังไง" เริ่มตื่นตูม
"ไว้กลับเมืองไทยแล้วค่อยไปหาวิธีดูนะ" คุณแนะนำ แต่เรามัวแต่นั่งนึกย้อนภาพกลับไปว่า มีภาพอะไรบ้าง พอเห็นแต่ภาพที่น่าจดจำ และประทับใจ ก็อยากจะเล่นบทดราม่า ร้องไห้มันตรงนั้นเลย "ไม่อยากเที่ยวแล้ว อยากกลับบ้านไปกู้ไฟล์" ตีอกชกตัว โมโหที่ไม่ยอมแบคอัพไฟล์ไว้ วันที่ผ่านมาเรามีเรื่องตลอด ทำให้ลืมคิดถึงการแบคอัพไฟล์ไปเลย
..............
นั่งกินอาหารเช้าแบบไร้วิญญาณ คุณป้าก็เดินเข้ามาคุยกับคุณเรื่องเดินทางต่อ ตอนนี้ฟ้าสว่างเลิกกลัวแล้ว เริ่มมองคุณป้าน่ารักขึ้น เลยเดินหิ้วกล้องออกมาสำรวจรอบบ้านแบบไม่มืดดูบ้าง
รอบบ้านปลูกดอกไม้ไว้เยอะมาก แต่ยังไม่บาน บ้านก็ดูอบอุ่นดีนะ ถ้าเข้ามาก่อนฟ้ามืด เมื่อคืนคงไม่กลัวแบบนั้น (จริงเหรอ)
บ้านไม้สีขาว ชื่อ COUNTRY LIFE
ป้ายหน้าบ้าน / สวนที่เมื่อคืนพยายามเพ่งมอง / วิวจากห้องนอน
เก็บกระเป๋าเรียบร้อย เข็นกระเป๋าออกมาที่รถ กำลังจะเดินไปบอกลาและ ขอบคุณคุณป้าในบ้าน คุณป้าก็วิ่งมาหาเหมือนรู้ว่าเราต้องการอะไรทุกครั้ง
บอกลา ขอบคุณ และขอถ่ายรูปคุณป้าเก็บไว้เป็นที่ระลึก ในฐานะที่เคยคิดไม่ดีกับคุณป้าและบ้านของคุณป้า (
รู้สึกผิด) ขับรถออกจากบ้านคุณป้า มุ่งหน้าสู่ FRANZ JOSEF .......วันนี้โชคดีฟ้าใส มองเห็นภูเขาน้ำแข็งลิบๆ
ข้างทางก็มีแกะขนเกรียนยืนเล็มหญ้าอยู่ตลอดทาง ขับไปไม่มีเบื่อ วิวภูเขาที่นี่จะสวยกว่าเกาะเหนือ เลยทำให้ตื่นเต้นได้ตลอดทาง แต่แกะที่เกาะเหนือจะหน้าละอ่อน และขนดูนุ่มกว่าที่เกาะใต้ ไม่รู้เพราะอากาศหรือเพราะความใส่ใจ
ขับไปเรื่อยๆ ก็เจอจุดชมวิวอยู่บนเขา มีรถจอดเรียงกัน 5 คันตรงเนิน พอเราจอดรถลงไปดู ในรถไม่มีคนอยู่ มองไปรอบๆ ก็ไม่เห็นมีร้านอาหาร หรือห้องน้ำ แล้วคนในรถหายไปไหนหว่า หรือว่าเดินตกเขากันไปหมดแล้ว
รีบถ่ายรูปแล้วรีบหนีดีกว่า (เป็นโรคกลัวเหตุฆาตรกรรม)
ขับไปเรื่อยๆ ก็มีจุดชมวิวอีกเรื่อยๆ ขนาดข้างทางที่ไม่ใช่จุดชมวิวแนะนำ ก็สวยจนต้องแอบจอดหลายต่อหลายครั้ง แรกๆก็ขอจอด แต่หลังๆดูคุณเริ่มไม่สนใจ เราเลยจอดเองโดยพลการ ......ถ้าคุณรู้สึกตัวว่าทำไมจอดบ่อยจัง จะหันมาทัก "จอดอีกแล้วเหรอ" เราก็จะไม่จอด ทำเนียนขับต่อไป (ไว้รอจอดตอนคุณเผลอ)
จุดชมวิวจำชื่อไม่ได้ จำได้แต่ว่า มีคำว่า LAKE ด้วย
จุดชมวิวที่เห็นวิว 360 องศา
แอบจอดหมายเลข 1
แอบจอดหมายเลข 2
พอวิวเหมือนเดิมคุณก็จะหลับ เราเลยได้โอกาสจอดตลอดทาง พอคุณตื่นมาก็จะทำหน้างงๆ ว่าทำไมยังไปไม่ถึงไหน "ก็ต้องระวังเรื่องความเร็วนี่นา" คิกคิก
"ทำขำไปเถอะ เดินทางไม่ทันแล้วจะขำไม่ออก" แง โดนคุณขู่ คุณบอกว่าที่ ARTHUR'S PASS ชอบปิดถนน ในช่วงฝนตกหนัก หรือหิมะตก ถนนลื่น .....ถ้าเราไปถึงแล้วเขาปิดถนน เราต้องขับอ้อม หรือไม่ก็ต้องเปลี่ยนเส้นทางใหม่นะ เสียเวลาทำให้เสียโอกาสถ่ายรูปนะ
ได้ยินว่าจะไม่มีเวลาให้ถ่ายรูป ก็อดใจ ไม่แวะจอดระหว่างทาง แต่พยายามทำความเร็วที่ 100 กม./ชม. เป๊ะๆ ฟ้ามืดฝนลงเป็นช่วงๆ อธิฐานขอให้ฟ้าเป็นใจให้ถนนเปิด และเรามีโอกาสได้จอดถ่ายรูปไปให้แม่ดูด้วยเถิด
.........
ปรากฎว่า ทางเปิด ถึงแม้จะมีซ่อมถนนบ้างประปราย เป็นทางตัดผ่านช่องเขาที่ไม่ได้รู้สึกว่าแคบ หรือยากเย็นอะไร ขับได้เรื่อยๆ สบายๆ มีต้นไม้มืดทึบเป็นบางช่วง ตรงจุดที่ดูน่าจะเป็นเมือง เราแวะร้านกาแฟระหว่างทาง
ร้านเท่ห์ รถก็เท่ห์
เข้าไปซื้อกาแฟ 4.5$ แพงกว่าข้างนอกนิดหน่อย แถมรสชาติเฉยๆอีกตะหาก คนขายก็ดูไม่ค่อยอยากขาย เอาเป็นว่า ซื้อแค่กาแฟ แล้วก็เข้าห้องน้ำก็พอ หน้าร้านมีนก KEA สองตัวเดินไปเดินมา คอยส่งแขกอยู่หน้าร้าน จำได้ว่า เคยเห็นนกตัวนี้ที่ KIWI HOUSE แต่อยู่ในกรง ไม่คิดว่าจะได้มาเจอเดินเตร่บนถนนได้ด้วย
คุณบอกว่า มีป้ายห้ามให้อาหารนก KEA แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เดาว่าปากมันแหลมคล้ายนกอินทรีย์ เวลาจิกน่าจะเจ็บมาก หรือไม่ก็กลัวนกตาย หรือไม่ก็กลัวนกรักคนให้ (ดีเนอะ)
ขับไปเรื่อยๆ เจอป้ายชมวิวอีกแล้ว เราก็จอดอีก ลงไปชะโงกๆ ดูไม่เห็นมีอะไรเลย มีแต่ต้นไม้ เขา แล้วก็เขื่อน แต่จอดรถแล้วก็เลยลงไปถ่ายเก็บไว้ซะหน่อย
ถ้ามีน้ำต้องสวยแน่ๆ ยืนดูโน้นดูนี่ สักพักนก KEA ก็บินมาเกาะข้างๆคุณสองตัว "ทำไมเจอกันบ่อยจัง" แต่เห็นทุกทีก็ชอบทุกที ดูเป็นนกเรียบร้อย ไม่กลัวคน ไม่แย่งอาหาร แต่จะชอบเดินตาม พอมีอาหารหล่นก็วิ่งมากิน (ไม่ได้ให้นะ) สีด้านนอกสีเหมือนต้นไม้ แต่พอกางปีก สีใต้ปีกเป็นสีแดงส้ม สวยมาก คงเอาไว้ขู่ศัตรูตอนกางปีก
ขับออกจากเขื่อนที่ไม่มีน้ำ ขับต่อไปเรื่อยๆ ผ่านป่า ผ่านเขา จนเข้าสู่ SHANTY TOWN คุณไกด์บอกว่า เมืองนี้ เป็นเมืองโบราณ มีให้เข้าชมด้วย ค่าเข้า 25$ ต่อคน แต่ถ้าอยากร่อนทองด้วย เพิ่มอีกคนละ 5$ แต่เราไม่อยากร่อนทอง อยากเข้าไปดูข้างในมากกว่า
พอเดินเข้าไป ก็เป็นเหมือนฉากเมืองโบราณในหนัง เงียบๆ ไม่ค่อยตื่นตาตื่นใจเท่าไหร่ แต่เห็นรถไฟจอดอยู่ คุณก็วิ่งขึ้นไปทันที อยากรู้ว่ารถไฟจะพาไปไหน นั่งรอรถไฟออกอยู่นานพอสมควร
....รถไฟพาวิ่งเข้าไปในป่าเรื่อยๆ แล้วไปจอดที่ชานชาลากลางป่า เอ๊ะ ไม่เห็นมีอะไรนอกจากต้นไม้ ......อ๋อ จอดให้ถ่ายรูปรถไฟนั่นเอง ทุกคนก็เลยทยอยลงจากรถไฟมาถ่ายรูปอย่างที่เขาต้องการ (ใช่สิ ไม่มีอย่างอื่นให้ทำแล้วนี่)
รถไฟโบราณ
ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิง ฝรั่งที่เห็นเป็นคนขับรถไฟ
สักพักรถไฟก็ออกเดินทางต่อ ไปยังโรงงานไม้ โชว์วิธีการขนย้าย และตัดไม้ขนาดใหญ่ มีทั้งของจริง และวีดีโอให้ดู มีภาพเจ้าของโรงงาน และครอบครัว ตั้งแต่รุ่นบุกเบิกโชว์อยู่ด้วย หันไปที่รถไฟที่เราเพิ่งนั่งมา วิ่งไปนู้น ทิ้งทุกคนไว้ที่นี่ เพื่อให้เดินกลับไปเอง ระหว่างทางไปเมืองโบราณ ก็มีจุดให้ร่อนทอง เราเดินไปดู โชคดีที่ไม่ได้ซื้อตั๋วร่อนทองมา
เมืองโบราณ
ในเมืองโบราณมีร้านตัดผม ไปรษณีย์ ร้านขายขนม โรงรับจำนำ และร้านขายของที่ระลึก คุณดูไม่สนใจเท่าไหร่ ก็เลยชวนกันเดินออก อีกอย่างฝนก็เริ่มตกเม็ดใหญ่ขึ้นแล้วละ
...............
สะพานวิ่งเลนเดียว สังเกตุป้ายว่า ใครต้องเป็นคนรอ
ขับออกจาก GREYMOUTH เข้าสู่เมือง HOKITIKA เมือง แห่งหยก ตอนนี้เราสองคนเริ่มหิวแล้วละ ต้องแวะหาร้านอาหารกินซะหน่อย เวลามีไม่มากสำหรับเมืองเล็กๆแห่งนี้ แวะเข้าไปสั่งอาหาร แต่คิดไม่ออกว่าจะกินอะไรดี เลยสั่งชุดนักเก็ต มีเฟรนฟราย และโค้ก 12.5$
นั่งกินตั้งนานไม่หมดสักที ก็เลยต้องเก็บใส่กล่องไว้กินต่อในรถ ...........ออกมาเดินช้อปปิ้งดูของซะหน่อย เห็นว่าเป็นเมืองหยก หยกต้องถูกแน่ๆ เพราะเราเล็งสัญลักษณ์เมารีเอาไว้ จริงๆทุกเมืองก็มีหินสีเขียวทำเป็นสัญลักษณ์ของเผ่าเมารีขายเพียบแต่ราคาไม่ ถูกสักเท่าไหร่ .....คิดว่าที่นี่เป็นแหล่งน่าจะถูกกว่าแน่ๆ
แต่ปรากฎว่า หยกราคาแพงหูฉี่ ซื้อไม่ลงสักชิ้น เมืองนี้คงไม่เหมาะกับเราหรอก เดินทางต่อดีกว่า ระหว่างทางเห็นทางเว้าๆ สำหรับให้จอดรถ คุณร้องให้จอด (นานๆทีจะร้องให้จอด) เราก็เลยเลี้ยวเข้าไปจอดทันที เผื่อมีอะไรเด็ดๆ ให้ดู
โอ้ ..ด้านล่างเป็นลำธารสีฟ้า ใสสวยเชียว เห็นแล้วอยากลงไปเล่น ขนาดฝนตกฟ้าครึ้มนะสียังสวยเลย
โดดขึ้นรถออกเดินทางต่อ ต้องไปให้ถึง FRANZ JOSEF ก่อนมืด ขับรถแข่งกับเวลา พอเข้าเขตเมืองก็เริ่มเห็นที่พัก เป็นอารมณ์แบบฟาร์มๆ จริงๆก็น่าพัก แต่เราไม่แน่ใจว่า ไกลจากเมืองมากแค่ไหน ถ้าตัดสินใจพักตรงนี้ พรุ่งนี้ต้องเดินทางไกล เลยตัดสินใจ ขับรถเข้าไปดูในเมืองก่อน ถ้าในเมืองไม่มี ค่อยขับกลับออกมาที่ฟาร์มอีกรอบ
......
ไม่นานก็ถึงเขตเมือง มีที่พักให้เลือกเพียบเลย แต่จะว่างหรือเปล่าอีกเรื่องนึง เราแวะเข้าไปถามที่พักที่ดูสะอาดหน่อย ส่วนราคาเรามีในใจอยู่แล้ว ถ้าแพงเกินเราก็ขับหาไปเรื่อยๆ
ขับวนในเมือง ถามราคาเก็บไว้เป็นมาตราฐานก่อน แล้วค่อยขับออกไปดูนอกเมืองอีกหน่อย สรุปราคาไม่ต่างกัน แถมนอกเมืองยังดูน่ากลัวกว่าเยอะ เราเลยขับกลับเข้าเมืองมาอีกรอบ กลับไปกลับมา จนได้ที่พัก 115$ พร้อมนม 1 กล่อง นี่ขนาดมีไม่กี่ซอยนะ ยังวนถามซะเหนื่อยเลย
ได้ที่พักแล้วก็รีบหาข้าวกิน วันนี้ทั้งวันไม่ค่อยมีอะไรตกถึงท้อง คืนนี้ต้องกินให้เต็มคราบซะหน่อย ..........เราเลือกร้านที่คนเยอะไว้ก่อน
สั่งหอยแมงภู่นิวซีแลนด์ กับขาแกะ อร่อยสุดยอด แต่คุณบอกว่า แกะที่นี่ยังมีกลิ่น สู้แกะบน SKY TOWER ไม่ได้ แต่แค่นี้เราก็ว่าอร่อยแล้วละนะ ^^ กินซะไม่เหลือหรอ อิ่มแปล้ หอยที่นี่ก็ใหญ่เต็มปากเต็มคำ ไม่เหนียวเคี้ยวง่าย เนื้อแกะก็ร่อนออกจากกระดูก (เขียนไปน้ำลายไหลไปเลยนะเนี่ย)
เสียดายในร้านมืดไปหน่อย ไม่งั้นคงได้เห็นความอร่อยเหมือนที่เราสองคนเห็น .......คุณสั่งเบียร์ TUI มาลอง เพราะตามข้างทางที่ผ่านมา มีป้ายนี้แขวนเกือบทุกร้าน สงสัยว่าเป็นเบียร์ประจำของที่นี่หรือเปล่า พอคุณได้ลองก็หน้าแดงแป๊ด ตามประสาคนเลือดดี ...... เบียร์ขวดเดียวช่วยกันกินไม่หมดสักที นี่ขนาดเบียร์ไม่แรงนะ ยังง่วงขนาดนี้เลย จ่ายค่าอาหารไปทั้งหมด 52$
วิ่งข้ามถนนมาซื้อของในซุปเปอร์ไว้กินพรุ่งนี้ ถึงที่พักก็ลากกระเป๋าเข้าห้อง ห้องพักคืนนี้สะอาด สะดวกอีกแล้ว ไม่รู้ทำไม ที่พักประเทศนี้ถึงได้สะอาดเหมือนเพิ่งสร้างทุกที่เลย ถูกใจมั่กๆ
ที่สำคัญห้องน้ำมีที่ดูดกลิ่นด้วย คืนนี้ได้อึสบายใจโก๋ละ ลั๊ลลา
ปล.เก็บกดมานาน พอมีรูปขอเต็มๆ เลยแล้วกัน


#1 By \\(..U 3U..)//จุ๊บุ on 2009-11-03 10:42