Tao-go-inter

ชิวชิวนิวซีแลนด์ (11)

posted on 12 Nov 2009 15:12 by taona  in Tao-go-inter

4 พย. 2552  วันสุดท้ายที่ QUEENSTOWN

วันนี้เป็นวันเดินทางออกจากที่นี่แล้ว  รีบตื่นมาเก็บกระเป๋าแล้วก็ทำเสบียงระหว่างเดินทางกันดีกว่า   น้องแกะหมักในตู้เย็นที่หมักทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อคืน คุณเอาออกมาทอด ฉ่าาาา  "ก๊าก กลิ่นยังกับทอดปลาเค็มเลย"

ทอดเสร็จสีสันสวยน่ากิน  หยิบมาชิมดู "หู้ว อร่อย ถ้าได้ข้าวสักหน่อยนะ เยี่ยม"  เอาแกะใส่กล่อง  ส่วนมื้อเช้าเป็นขนมปังทาตับห่าน(ที่เหลือ)  กินเสร็จก็ใช้เครื่องล้างจานปิดท้ายอีกครั้ง (เพื่อสนองความอยากเล่น)  .....เครื่องหยุดก็มาล้างต่ออีกรอบ (ไม่รู้ทำเพื่ออะไร แต่อยากทำ)

ขนกระเป๋าลงไปเก็บที่รถ  คืนกุญแจ  ก็พร้อมออกเดินทางได้  เดี๋ยวเราจะแวะดูคนโดด BUNGY กัน คุณบอก ต้องลุ้นว่าจะมีคนโดดหรือเปล่า  เพราะยังไม่ใช่หน้าท่องเที่ยว

พอไปถึงเห็นรถทัวร์จอดอยู่ 1 คัน แสดงว่าต้องมีคนโดดแน่ๆ  รีบวิ่งเข้าไปด้านในทันที  ตอนแรกคิดว่าต้องเสียเงินค่าดูด้วย  แต่ที่นี่ไม่ต้อง  เราเลยได้ดูฟรี ^^ (ถูกใจนักแล)

 

คนกล้าเยอะจริงๆ (กล้าไม่พอ ต้องมีตังค์ด้วย)

 

น้ำน่าโดดจริงๆ

 

ด้านล่างมีเรือรอรับ

ยืนดูเด็กเข้าคิวโดด  ทั้งหญิงและชาย แถมมีอาจารย์โดดด้วยนะ  เราไปยืนถ่ายวีดีโอด้านบน ก็รู้สึกหวิวๆ นิดหน่อย  เด็กผู้หญิงที่รอโดดดูกล้าๆ กลัวๆ สักพักคนที่คอยคุมคิวก็ดันหลังลงไปเลย  วิ้วววว เสียวววแทน

คุณดูอยากโดดมากๆ  คุณบอกว่า "ติดตรงไม่มีคนเชียร์นี่แหล่ะ" (จริงเหยอ)  .............เบื่อดู bungy แล้วละ เข้าไปดูของที่ระลึกด้านในดีกว่า   ราคาก็ไม่ถูกสักเท่าไหร่ แต่น่าซื้อทั้งนั้นเลย  เรายืนลังเลอยู่พักใหญ่ๆ ในที่สุดก็ไม่ได้ซื้ออะไรเลย  เสื้อยืดตัวละ 600 บาท  ตัดใจซื้อไม่ลง 

.......................

ขับมาทางเมืองผลไม้ Cromwell  เป็นทางผ่านไป MOUNT COOK ไม่ได้แวะซื้อผลไม้เพิ่ม  เพราะที่ซื้อไปยังไม่ได้กินเลย 

ขับไปเรื่อยๆ วันนี้รูปถ่ายจะมีแต่ถนน ท้องฟ้า และภูเขา  เพราะเราไม่ได้แวะเข้าเมือง  แต่จะมุ่งหน้าเข้า MT COOK ที่เดียวเลย


 

 

ระหว่างทางมีทะเลสาบด้านหลังเป็นภูเขาน้ำแข็งสวยมากๆ แสงลงมากำลังสวยเลย  เลยรีบเลี้ยวรถขับลงไปจอดเพื่อถ่ายรูป  พอจอดรถหยิบกล้องปั๊บ  เมฆก็ลอยมาบัง  "เฮ้ยๆ แล้วยังงี้จะสวยได้ยังไงกัน" ..........ยืนรอให้เมฆลอยผ่านไป  แต่ยิ่งรอเมฆก็ยิ่งหนา  วิวสวยๆเมื่อกี้เลยกลายเป็นอะไรก็ไม่รู้  มืดๆดำๆ

เริ่มหิว  คุณแบ่งเอาขนมปังมาห่อเนื้อแกะ   เข้ากันสุดๆ ความเค็มเข้ากับความจืดของขนมปังได้พอดี๊พอดี ^^

...................

ขับเข้าสู่  LINDIS PASS  เป็นถนนขับผ่านช่องเขา  ที่ต้องสำรวจสภาพอากาศก่อนเดินทาง  มิฉะนั้นอาจจะเจอทางปิดได้  ...............ถนนเส้นนี้เป็นเส้นที่เรารู้สึกชอบมาก   ชอบสี  ชอบวิว  อาจจะดูแห้งๆ แต่ชอบ  ขับไปก็ตื่นเต้นอยากจอดตลอดทาง   ส่วนคุณเฉยๆ

ตอนขับมีหิมะตกนิดหน่อย  ตอนหิมะปะทะกับกระจกหน้ารถ  สนุกดี  มาเป็นก้อนๆ แล้วก็ละลายหายไป  

 

ไม่ให้จอด ก็ขับไปถ่ายไปก็ยังได้อยู่

 

เหมือนผิวหมาหนังกลับไหม

ตรงนี้เริ่มเป็นทางยาว  ข้างทางไม่มีอะไรให้ดูเท่าไหร่  เลยจอดรถ เอาผลไม้มาล้าง  แบ่งกันคนละลูก .......ขับไปกินไป  สดชื่นดีจัง 

 

เครื่องรดน้ำให้หญ้าของที่นี่  อลังการมากๆ  ตอนแรกก็ยังสงสัยว่า  หญ้าที่เขียวๆบนพื้นที่หลายเอเคอร์แบบนี้ เขารดน้ำยังไง หรือรอฝนตกอย่างเดียว  ตอนนี้ก็กระจ่างแล้วละ ...................ตรงที่ได้น้ำก็เขียวไป  ตรงที่ไม่ได้น้ำ ก็แห้งกันไป

ขับไปสักพักก็เจอฟาร์มเลี้ยงปลาแซลมอน ตรง TWIZEL  "ใช่ที่ ที่คุณบอกหรือเปล่า" คุณบอกว่าไม่ใช่  ฟาร์มปลาที่คุณบอกยังไม่ถึง  แต่คงได้เจอตอนกลับจาก MT  COOK โน้นแหน่ะ ................งั้นแวะกันก่อนดีกว่า 

 

ฟาร์มสะอาด  ไม่มีกลิ่นคาวเลย

แล้วก็มีให้ซื้อกลับบ้านได้ด้วย  คุณเลือกซาซิมิแบบกินบนรถ กับแซลม่อนรมควัน ไว้ไปทำกินคืนนี้  "แบบรมควันเอามาทำอร่อยมากๆเลยนะ"  คุณบอก

 

 

โค-ตะ-ระ  อร่อยเลย

แบบกินบนรถจะมีวาซาบิ กับซีอิ๊วมาให้พร้อมเลย  พอจิ้มใส่ปาก โอ้ววววววววววววววววววว อร่อย เนื้อนุ่ม กรอบนิดๆ ละลายในปากได้เลย  มันอร่อยจนอยากขับกลับไปซื้ออีก  มันยังไม่หน่ำใจเลย  โอยยยยยยย

...................

ขับไปเรื่อยๆ  มีทางแยกที่คุณเริ่มไม่แน่ใจว่า ควรไปทางไหนดี  สุดท้ายก็เลือกไปทาง ที่มี LAKE  PUKAKI 

 

ถ่ายระหว่างคุณกำลังลังเล

 

 

 

ขับไปไม่นานก็เจอจุดชมวิว  โอ้โห  น้ำสีสวยมาก คุณบอกว่าเป็นสี เทอร์คอย แล้วลงจากรถมาถ่ายรูป  นานๆจะเห็นคุณกระตือรือร้นอยากจะถ่าย  แปลว่ามันสวยจริงๆ .....

ตอนเราจอด  มีครอบครัวใหญ่ยืนถ่ายรูปอยู่ก่อน   คุณอยากถ่ายรูปกระโดดตรงหน้า LAKE PUKAKI  เราเลยยืนรอให้ครอบครัวใหญ่ไปก่อน  รอจนเบื่อ ครอบครัวนั้นก็ยังไม่ไป  ไม่รู้ว่า ต่างคนต่างรอกระโดดตอนปลอดคนหรือเปล่า

แต่ฝ่ายเราอดทนกว่า  ครอบครัวใหญ่เลยพ่ายไป  ไม่มีคนแล้วก็โดดได้ ................................ โดดจนเข่าปวด  หนำใจแล้วก็เดินทางต่อ   โดยมีวิว LAKE  PUKAKI  ขนาบไปตลอดทาง

 

 

เหลือบไปเห็นขาวๆ เป็นจุดเล็กๆ ตามไหล่เขา  "แกะนี่นา"  เหมือนโดนเอามาปล่อยให้อยู่ตามยถากรรม  แต่ละตัวก็ขนเกรียนๆ กร้านโลก  ดูแล้วคงเอาตัวรอดได้ไม่ยาก

ขับไปถึง I-SITE เพื่อติดต่อเรื่องที่พัก กับเฮลิคอปเตอร์ขึ้นไปชมวิวมุมสูง  คุณหายไปพักใหญ่ๆ ก็เดินออกมาพร้อมโบวชัวร์ราคา  มีสามระดับราคา  แบบนั่งไปแวะใกล้ๆ จนถึงพาบินวนไปไกลๆ   ค่าขึ้นปาเข้าไป 8000 บาทต่อคน  ซึ่ง "หญิงรับไม่ได้คะ"  

ถ้าสนใจอยากขึ้น แนะนำให้ไปขึ้นที่ FOXจะดีกว่า  รู้สึกว่าจะ 125$  ถูกกว่าตั้งเยอะ  เราสองคนไม่รู้มาก่อนเลยฝากความหวังไว้ที่นี่  แต่ก็ไม่ได้รู้สึกเสียดายเท่าไหร่  เพราะได้เหยียบหิมะที่ลานสกีไปแล้ว  ถึงจะไม่เหมือนกันก็เถอะ 

แล้วเจ้าหน้าที่ก็แนะนำที่พักให้  เป็นที่พักอยู่ใกล้กับ LAKE  ราคาถูกกว่า MT  COOK แน่ๆ แล้วบอกให้เรารีบจอง  แต่เราขอดูห้องก่อน  เจ้าหน้าที่ก็ให้กุญแจห้องมา  ให้เราขับไปดูกันเอง

ขับเข้าไป 500 เมตร ก็เจอบ้านพัก  ดูเงียบๆ ดึกๆ คงวังเวงมากๆ  แถมราคาก็ไม่ได้ถูกสักเท่าไหร่  เราสองคนพร้อมใจกันเอากุญแจไปคืนเจ้าหน้าที่ดีกว่า

................

ขับไปสักพักก็ถึงทางเข้าไปดู TASMAN GLACIER  ใช้เวลาเดิน 1 ชั่วโมง แต่ตอนนี้ 5 โมงครึ่ง ถ้าเดินจบก็คง 6 โมงครึ่ง (ไม่รวมเวลาขับเข้าไปอีกนะ)

 

ตลอดเส้นทางที่ขับเข้าไปมีแต่ภูเขาใหญ่ซ้อนกันเต็มไปหมด  ขับๆไปก็รู้สึกแปลกๆ ไม่รู้ว่าหิว หรือกังวลกับเวลามากไป   รู้สึกมึนๆ  เหมือนภูเขาเคลื่อนที่ได้  ยิ่งขับยิ่งมึน การกะระยะดูสับสน

แต่คุณยังสบายดี  ดูอยากเดินตอนนี้ด้วยซ้ำ  ....เลยต้องขอคุณเลี้ยวกลับ  แล้วพรุ่งนี้ค่อยมาเดินดีกว่าเนอะ   ให้สบายตัวสักหน่อย

.....................................

ขับออกมาเพื่อหาที่พัก  แค่ได้เลี้ยวรถกลับ ก็รู้สึกสบายท้อง  สบายหัวทันที  สงสัยโรคสำออยกำเริบ  ระหว่างทางก็มีกระต่ายกระโดดเหยงๆ ข้ามไปมา  น่ารักดี จริงๆกระต่ายวิ่งออกจะเร็วไม่น่าพลาดโดนรถเหยียบได้เลยเนอะ

วันนี้เราเลือกที่พักที่ดูเล็กๆกว่าทุกที่  ALPINE LODGE มีห้องน้ำในตัว ไม่มีครัว  แต่ราคาแพงที่สุดในทริป  165$ ขอต่อก็ไม่ให้ (ใจร้าย) 

 

 

ได้ห้องแล้วก็เตรียมทำอาหารเย็นกันดีกว่า  หอบปลาแซลม่อนรมควัน  เนื้อแกะที่ทอดแล้ว  นม  ขนมปัง  และไข่ไก่ที่เหลือจากวันก่อน  ขนเข้าไปที่ครัวรวม

มีกลุ่มเด็กจีนกำลังทำอาหารอยู่เหมือนกัน  แอบเหลือบไปเห็น  น้องๆกำลังทำผัดผัก  ไก่อบ  แล้วก็มีปลาแซลม่อนด้วย (สงสัยแวะที่เดียวกัน)

ส่วนเราก็ไม่น้อยหน้ามีแซลม่อนกับเค้าเหมือนกัน  คิกคิก .......หยิบออกมาวาง  มองหน้าคุณ "แล้วทำยังไงต่อ"  คุณตอบอย่างมั่นใจ "ไม่รู้เหมือนกัน"

เหมือนเป็นเหตุการณ์ที่คุ้นเคย  ทำไงละทีนี้  แล้วที่บอกว่าแซลม่อนรมควันเอามาทำกินอร่อยเนี่ย  คือทำอะไร คุณบอกว่า "เคยกินที่ร้าน แต่ไม่รู้เขาทำยังไงกัน"  เอ้า กรรม -_-'  (กลับไปเมืองไทยเมื่อไหร่เค้าจะไปฝึกทำอาหารเอง)

หันไปดูน้องชาวจีนสิบคนขมักเขม้นทำอาหารคนละไม้คนละมือ  ดูชำนาญมากๆ  เราคนไทยจะแพ้คนจีนได้ไง  "คนไทย ไม่แพ้ชาติใดในโลก"  เอาละ  คิดออกแร่ะ

ต้มไข่ทำไข่ต้ม  แล้วก็แกะที่ทอดมาแล้ว ให้คุณเอาไปอุ่นในไมโครเวฟ  ส่วนแซลม่อนก็เอาเข้าเตาอบไปทั้งอย่างนี้เลย  ........ที่เหลือก็รอ  เคี๊ยกๆ

ติ๊งๆ เสียงไมโครเวฟบอกว่า แกะร้อนแล้ว  คุณเดินไปเอาแกะในกล่องซุปเปอร์ล๊อคออกมา  "กรี๊ด กล่องบวม  เค้าลืมเปิดฝาไว้"   "เฮ้ยๆ เปิดแล้วมันจะระเบิดไหมเนี่ย  บวมขนาดเนี่ย "   วางทิ้งไว้ รอให้มันยุบ แล้วมาดูไข่ต้ม กับปลาแซลม่อนรมควันในเตาอบ

 

กำลังแกะไข่ต้มเพลินๆ  กล่องที่บวมๆเมื่อกี้  กลายเป็นกล่องฟีบ บีบรัดตัวจนแข็ง  "เฮ้ยๆๆๆ "  รีบแกะกล่องออก  แต่ไม่ทันซะแล้วละ กล่องทรงตัวในแบบยุบๆซะแล้ว -_-'  (เสียดายกล่องง่า)

เอาอาหารที่ทำเสร็จแล้วมาวางบนโต๊ะ  เราจะหาวิธีกินนั่นคือ เอาไข่ต้มมาบี้บนขนมปัง  แล้วเอาแกะวางเรียง แล้วก็เอาขนมปังอีกแผ่นมาประกบ กินเคล้ากับแซลม่อนรมควันอบ  ......................  ขนมปังอร่อย แต่แซลม่อนรสชาติแปลกๆ  

แต่ต้องทำหน้าอร่อยเข้าไว้  เพราะน้องจีนกำลังยกกับข้าวมาวางเต็มโต๊ะข้างๆ กลิ่นหอมฉุยมาเลย  ........"เอาน่า ไม่เป็นไร กินของเราแต่แอบดมของเขาก็ได้"

อิ่มแล้ว  แต่แซลม่อนยังเหลือ เพราะมันเลี่ยนน้ำมันที่ไหลออกมา  รู้งี้ซื้อแบบซาซิมิมาก็หมดเรื่องเนอะ  กินง่ายไม่ต้องทำอะไร ............ เก็บแซลม่อนที่เหลือใส่กล่อง  แล้วก็จัดแจงล้างจาน  เสร็จแล้วก็ออกไปเดินเล่น

...........................

ข้างนอกอากาศหนาวมาก  หนาวกว่าทุกที่ที่เคยไป  เดินสั่นดิกๆ  ไปร้านกาแฟอีกฟากนึง  หาโกโก้ร้อนกินแกล้มอากาศหนาวๆดีกว่า

 

 

ในร้านมีเตาผิงด้วย

 

แก้วเดียวสองคน

ในร้านคนเยอะมาก  มีอาหารขายด้วย "รู้งี้เราเดินมากินที่นี่ดีกว่า"  ......คุณบ่นๆทำหน้าเบื่อๆ ยังรู้สึกผิดที่ทำอาหารไม่ได้อยู่  แต่จริงๆ เมื่อกี้ก็กินอิ่มแล้วละ  ถ้าไม่มีอาหารเด็กจีนมาเปรียบเทียบ ของเราก็ถือว่าเลิศรสแล้วเนอะ

นั่งจนรู้สึกอุ่นก็ได้เวลากลับห้องไปพักผ่อนกันได้แล้ว  ก่อนออกก็ยืนอ่านหนังสือหน้าร้าน  มีประกาศคนหายแปะอยู่ด้วย  เป็นผู้ชาย ชาวมาเลเซีย  อายุสามสิบกว่า .........ถ้าติดอยู่บนเขา  ป่านนี้คงไม่รอด

 

 

เดินกลับที่พัก  แอบปาหิมะใส่หลังคุณ  เสียงดัง "อึ๊ก"  แหะๆ มันแรงขนาดนั้นเลยเหรอ เห็นในหนังปากันไม่เห็นเป็นอะไร หัวเราะกันคิกคัก  .....ทำไมเราทำบ้าง หน้าคุณดูเจ็บแแบบนั้นละ   ว่าแล้วก็วิ่งหนีเข้าที่พักไปเลย (ก๊ากก  แกล้งคุณได้ ถือเป็นเรื่องสนุกของวัน)

................

เปิดประตูห้องเข้าไป  หนาวสุดๆ คืนนี้ตายแน่ๆ ....อาบน้ำเสร็จคุณหยิบชุดลองจอร์นสีชมพูมาใส่  ขำสุดๆ ........นี่เองเป็นที่มาของชุดตัวการ์ตูนที่วาดฟังกี้ .....